ภาพลักษณ์ดุดัน แข็งกระด้าง ตามสไตล์ศิลปินร็อก แต่ใครจะนึกว่าศิลปินวง “Paper Planes” จะกลายเป็นขวัญใจเจ้าหนูฟันน้ำนม หลังเพลง “ทรงอย่างแบด (Bad Boy)” ของตัวเองไปฮอตฮิตอยู่ในแก๊งเด็กๆ แถมยังมีภาพเด็กจำนวนมากตามไปร้องเพลงนี้ถึงหน้าเวทีคอนเสิร์ต จนเป็นไวรัลในโลกโซเชี่ยล
วันนี้ ‘ฮาย’ ธันวา เกตุสุวรรณ นักร้องนำ และ ‘เซน’ นครินทร์ ขุนภักดี มือเบส สมาชิกในวงมาเปิดใจถึงความรู้สึกที่กลายเป็นหัวหน้าแก๊งร็อกฟันน้ำนม

★ เป็นขวัญใจฟันน้ำนมไปแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?
ฮาย – “รู้สึกตั้งตัวไม่ทันครับ (หัวเราะ) เพราะพวกเราคือวงร็อกที่คีพคูลมาตลอด มีความแข็งกระด้างและมีเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ดุดัน แต่อยู่ดีๆ ชีวิตพลิก ต้องมาเป็นหัวหน้าแก๊ง ไม่คิดว่าจะมาทางนี้เลย แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึก เราตื่นเต้นและอิ่มเอมหัวใจครับ ไม่รู้ว่าอะไรคือจุดเริ่มต้น แต่เราก็ตลกๆ กันว่าเด็กร้องได้ไงวะ (หัวเราะ) เพราะเพลงมันค่อนข้างโหวกเหวกโวยวาย แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเด็กๆ ชอบ พอนั่งวิเคราะห์น่าจะเป็นเรื่องเมโลดี้ที่ง่ายๆ ย้ำๆ มีจังหวะให้แอบดื้อบ้าง”
เซน – “เหมือนเป็นเมโลดี้กล่อมเด็กนอน ใช้โน้ตง่ายๆ วลีติดหู แต่ไม่คิดว่าเป็นเพลงที่เด็กจะจำได้”
★กลายเป็นเพลงชาติสำหรับเด็กไปเลย?
ฮาย – “ขอบคุณมากๆ ครับ แอบรู้สึกว่ามันก็ดีต่อคนทำเพลง มีคนชอบเยอะ แค่เปลี่ยนกลุ่มทาร์เก็ต (หัวเราะ) กลุ่มของเราอยู่ในช่วงมัธยมปลายๆ ไปจนมหาวิทยาลัย แต่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเด็กที่เพิ่งเกิด หรือเด็ก 3 ขวบขึ้นมา ไม่คิดถึงตรงนั้นเลย เพราะไม่แน่ใจว่าเด็กยุคนี้ชอบและฟังเพลงแบบไหน”

★ มีคลิปที่เด็กๆ ไปนั่งฟังหน้าเวทีด้วย?
ฮาย – “มันเริ่มๆ มาช่วงนี้ ถ้าเป็นร้านอาหารพ่อแม่เริ่มอยากพาเด็กมา แล้วชีวิตเราก็เปลี่ยนไป มีเด็กๆ มาขอถ่ายรูป โอบกอด สักพักหน้าเวทีเริ่มมีเด็กๆ เป็นกลุ่มๆ”
เซน – “เหมือนเขาตั้งแท่นให้เด็กยืนเลยครับ ผมเห็นป้ายว่าอายุมากกว่า 12 ปีห้ามขึ้น (หัวเราะ)”
ฮาย – “สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผมต้องจับมือเด็กๆ บ่อยขึ้น เพราะเดี๋ยวเขาหลับก่อน เหมือนต้องปลุกเขาตลอดเวลา พอเสร็จโชว์ปุ๊บเขาจะได้กินนมแปรงฟันเข้านอนเลย (ยิ้ม) ก็เป็นอะไรที่มีความสุขมากขึ้น”
★ ลุกส์ที่เราเป็น ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกลัวใช่ไหม?
ฮาย – “ผมคิดว่าเด็กที่โตมาในเจนฯ นี้ ลุกส์แบบผมน่าจะเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา เขาไม่ได้คิดว่าคนสักคือน่ากลัว แต่อะไรก็ตามที่เป็นธรรมชาติที่เขาเคยชิน เขาไม่น่าจะรู้สึกว่ามันแตกต่าง เขาก็เลยแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติว่าเขารักเรา ไม่ว่าจะด้วยผลงานหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เขามีความสุขกับเรา”

★ ตอนนี้เหมือนเป็นต้นแบบเด็กๆ ไปแล้ว ยากไหมสำหรับการวางตัว?
ฮาย – “ผมรู้สึกว่าอาจจะวางตัวให้สุ่มเสี่ยงน้อยลง บางเรื่องเด็กๆ ยังไม่สามารถวิเคราะห์หรือแยกแยะเองได้ ถ้าเรื่องไหนสุ่มเสี่ยง ผมก็จะเลี่ยง แต่ไม่ได้เลิกทำนะ เช่น การดื่มกาแฟ ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา การใช้บุหรี่ มันจะดีกว่าไหมถ้าเราไม่ทำให้เด็กๆ เห็น มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีเลย แต่เป็นเรื่องที่ยังไม่ควรให้เด็กตัดสินในตอนนี้ เด็กที่อินในตัวเราเขายังคิดไม่ได้ ผมก็วางตัวให้เซฟมากขึ้น”
★ แล้วแนวเพลงเราต้องเปลี่ยนไหม?
ฮาย – “อาจจะไม่เปลี่ยนอะไรมาก ที่น้องๆ ชอบ เขาชอบในความเป็นตัวเรา แค่อาจจะระวังเรื่องคำหยาบ และผมว่าเรื่องวิธีคิดสำคัญมาก เพราะเด็กฟังเพลงเรา ถ้าวิธีคิดผิดไปมันจะฝังเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี มีโอกาสแล้วอาจจะทำเพลงเพิ่มที่เป็นประโยชน์ให้เด็กๆ มากขึ้น เผื่ออนาคตอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้เขา”
★ พร้อมปรับตัวเข้าหาคนฟัง?
ฮาย – “ในโลกของผมที่มันสีเทาๆ พอมีความสดใสของเด็กเข้ามามันสะท้อนให้เห็นว่าการที่เรารับอะไรเข้ามาแบบนี้ แล้วทำให้เราดีขึ้นในบางมุมก็ดีเหมือนกัน เราไม่ได้ต้องการเป็นคนที่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่บางมุมเราต้องการพลังงานสะอาดๆ”
เซน – “ตอนที่น้องๆ เข้ามามันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์มาก”
★ วันเด็กแล้ว ฝากถึงน้องๆ หน่อย?
ฮาย – “อยากให้น้องใช้ชีวิตช่วงนี้อย่างมีความสุข มีความรับผิดชอบในหน้าที่ตอนนี้ให้ดีที่สุด เช่น แปรงฟัน กินอาหารให้ดี นอนพักผ่อนให้เพียงพอ หาสิ่งที่ตัวเองชอบทำ ทำสิ่งที่มีความสุข และยังไม่ต้องรีบค้นหาตัวเอง สำหรับคนที่เจอตัวเองแล้วก็สนุกกับมัน ส่วนคนที่ยังไม่เจอก็ไม่ต้องกดดันตัวเอง อยู่ในวัยที่ยังไม่ต้องรับผิดชอบมาก เก็บเกี่ยวช่วงนี้ ใช้ชีวิตในช่วงนี้ไปมากๆ มันจะดี ในวันที่เราโตขึ้น”

★ มีคำขวัญวันเด็กของเราที่แต่งขึ้นมาด้วย?
เซน – “สร้างสรรค์ความคิด ผูกมิตรซื่อตรง ก้าวอย่างมั่นคง ฟังทรงอย่างแบด”
ฮาย – “สร้างสรรค์ความคิด ผมรู้สึกว่าคนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะเอาตัวรอดในสังคมได้, ผูกมิตรซื่อตรง คือคบมิตรที่มีความซื่อตรง หรือเราก็ต้องซื่อตรงกับเขา การใช้ชีวิตบนโลกนี้ได้ เราอาจต้องมีเพื่อนพ้องสนับสนุน อาจไม่ต้องเยอะ แค่ขอมีมิตรที่เป็นมิตรและซื่อตรงก็จะดีกับเรา, ก้าวอย่างมั่นคง การก้าวอย่างรวดเร็วจริงๆ มันดี แต่สุดท้ายวันหนึ่งเราต้องการก้าวไปอย่างมั่นคง คือค่อยๆ ก้าว ก้าวอย่างมั่นคงในแบบเรา และ ฟังทรงอย่างแบด คือผมพยายามด้นกลับมาที่เพลงตัวเอง (หัวเราะ) จะฝากเพลงตัวเอง แต่รู้สึกว่าพอมันป็นความไม่จริงจัง นั่นหมายความว่าชีวิตเรา ไม่ว่าจะซีเรียสขนาดไหน กลับมาแล้วต้องสนุกกับชีวิต เพราะเรามีชีวิตแค่ครั้งเดียว ไม่รู้ว่าต่อไปจะได้มีชีวิตในชาติหน้าอีกไหม ก็คือใช้ชีวิตให้มีความสุขมากที่สุดครับ”
พลเทพ สารภิรมย์