โครงการศูนย์ไกล่เกลี่ยประจำสถานีตำรวจ หนึ่งในของขวัญปีใหม่ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบให้เป็นของขวัญ จากใจสู่ประชาชน

หลังจากได้รับตำแหน่งเมื่อตุลาคม 2565 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้รับแนวนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในด้านการเสริมสร้างความสามัคคีและสมานฉันท์ ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของ พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ ดังกล่าว โดยหยิบยกเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องทำให้แก่ประชาชน ยกตัวอย่างในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม 65 ที่จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาเป็นแม่ลูกติด ขโมยนม 3 กล่อง อ้างไม่มีเงินซื้อให้ลูกกิน ผู้จัดการยันดำเนินคดีพบทำมาหลายครั้ง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ร่วมเปิดของขวัญ

พนักงานสอบสวนรับแจ้งความแม้จะสงสารแต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เพราะผู้เสียหายยืนยันว่าแม่คนดังกล่าวได้ก่อเหตุมาเป็นครั้งที่สี่แล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ได้แจ้งความแต่ครั้งนี้ต้องร้องขอให้ดำเนินคดีเพื่อจะให้เข็ดหลาบ เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินคดีทำได้เพียงให้ประกันตัวไปแบบไม่มีหลักประกัน ด้วยเห็นว่ามีลูกน้อยไม่น่าหลบหนีประกอบกับทรัพย์ที่ถูกลักขโมยก็มีมูลค่าเพียง 39 บาท

“ปัญหาความเหลื่อมล้ำ” เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ยากต่อการแก้ไข ที่ผ่านมากฎหมายที่เป็นบรรทัดฐานของสังคมและเป็นเครื่องมือให้กับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐรวมถึงฝ่ายตุลาการ ใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อมีข้อพิพาทแล้ว ซึ่งเป็นการนำมาใช้เมื่อปลายเหตุ

เปิดตัวศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ

เมื่อปี 2562 ได้มีการตราพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 ขึ้นโดยมีเหตุผลในการประกาศใช้หลักใหญ่ใจความว่า “…เน้นไปที่การลดปริมาณคดีที่มีข้อพิพาททางแพ่งที่ทุนทรัพย์ไม่มากและทางอาญาบางประเภท ลดปัญหาความขัดแย้ง ทำให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นในสังคม…”

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ดำริว่า เดิมทีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว แต่หากสามารถนำแนวคิดและหลักการเดียวกันมาใช้ในระดับสถานีตำรวจได้ จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น จึงมอบหมายให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.กฎหมายและคดี รับหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว

ทั้งนี้สาระสำคัญของ พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางคดีอาญา ซึ่งระบุไว้ในหมวด 3 และหมวด 4 โดยกำหนดประเภทความผิดทางอาญาไว้ 3 กลุ่มความผิด กล่าวคือ 1.ความผิดอันยอมความได้, 2.ความผิดลหุโทษบางมาตรา และ 3.ความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจําคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปี ซึ่งระบุแนบท้าย พ.ร.บ.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจ

“การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญาในชั้นสอบสวน จะช่วยให้ข้อพิพาททางอาญาบางประเภทสามารถจบลงได้ตั้งแต่ในชั้นสอบสวน ลดปัญหาความขัดแย้งของประชาชน ลดปริมาณคดีที่จะขึ้นสู่ศาล ประหยัดงบประมาณในกระบวนการยุติธรรม โดย ตร.ได้มีการบูรณาการร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยประจำสถานีตำรวจ และการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน ให้อยู่ประจำสถานีตำรวจ เพื่อความสะดวกแก่ประชาชน ถือเป็นของขวัญที่ตั้งใจจะส่งมอบให้กับประชาชนในปีใหม่ 2566” ผบ.ตร.กล่าว

กรอบระยะเวลาในการดำเนินการนี้แบ่งเป็น 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.65 สถานีตำรวจนำร่องในพื้นที่ บช.น.จำนวน 18 สถานี ระยะที่ 2 ภายในสิ้นเดือน ม.ค.66 สถานีตำรวจในพื้นที่ บช.น.จำนวน 70 สถานี และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ ภ.1-9 อย่างน้อยจำนวน 76 สถานี (จังหวัดละ 1 สถานีตำรวจ) และระยะที่ 3 ภายในสิ้นเดือน มี.ค.66 จะขยายไปทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ

ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.ให้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน ผลักดัน และติดตามผลการดำเนินการ ดังกล่าวตามแนวทางของ ตร.อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนัดประชุมติดตามผลการจัดตั้งศูนย์ในส่วนของระยะที่ 1 และระยะที่ 2

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ได้นำประสบการณ์ตรงเมื่อครั้งรับตำแหน่ง รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานสอบสวนมาใช้ โดยเห็นว่าปริมาณคดีในสถานีตำรวจมีจำนวนมากยกตัวอย่างเช่น คดีจราจรที่มีกรณีรถยนต์เฉี่ยวชนกันจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส กรณีนี้ ทั้งที่ภาคเอกชนมีระบบประกันภัยภาคสมัครใจเข้ามาให้ความคุ้มครองอยู่แล้วและคู่กรณีสามารถตกลงกันได้ แต่กฎหมายยังคงบังคับให้พนักงานสอบสวนจำต้องทำสำนวนส่งศาล ทำให้มีคดีความในระบบตำรวจและศาลจำนวนมาก

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ตามความคืบหน้าโครงการ

เมื่อนำ พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ มาปรับใช้ จึงเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เช่นกรณีรถยนต์เฉี่ยวชนข้างต้นเป็นกรณีตามความผิดแนบท้าย พ.ร.บ.ฯ หากสามารถเจรจาตกลงกันได้ พนักงานสอบสวนเพียงแต่ทำสำนวนไปสู่ชั้นอัยการ และอาศัยความเห็นของพนักงานอัยการเป็นที่สุด ไม่ต้องส่งคดีไปถึงศาล ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตร.ได้อบรมหลักสูตรไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ และดำเนินการขึ้นทะเบียน ผู้ไกล่เกลี่ยของ ตร.ไปแล้วกว่าจำนวนกว่า 1,173 ราย

ท้ายที่สุดแล้ว การลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านกระบวนการยุติธรรม แบบนี้ เป็นการให้ความเป็นธรรมที่นอกจากการลงโทษตามตัวบทกฎหมายเพียงถ่ายเดียว หากแต่ทำไปด้วยประสงค์จะให้สังคมสงบสุข ลดปัญหาความขัดแย้ง เกิดความสมานฉันท์ขึ้นในสังคม ลดงบประมาณแผ่นดิน และเสริมสร้างสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน