‘นิว’เล่นเองเกลียดเอง! รับบทหลาก-เติมไฟทำงาน
เล่นเองเกลียดเองกับบท ‘ดร.อนิรุทธิ์’ หนุ่มจอมเจ้าชู้เห็นแก่ตัวในละคร ‘เมียหลวง’ ทาง WeTV สำหรับพระเอก ‘นิว’ วงศกร ปรมัตถากร ที่ต้องประชันบทบาทกับสาวๆ มากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น ‘ตั๊ก’ บงกช เบญจรงคกุล, ‘พิม’ พิมประภา ตั้งประภาพร, ‘เจนิส’ เจณิสตา พรหมผดุงชีพ, ‘ญดา’ นริลญา กุลมงคลเพชร ฯลฯ
โดยวันนี้นักแสดงหนุ่มได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทดังกล่าว รวมถึงการอยู่ในวงการบันเทิงมานาน 17 ปี และเรื่องความรักกับแฟนสาว ‘นาว ทิสานาฏ’
ฟีดแบ็กคนดูอินมาก ยิ่งดูยิ่งเกลียด ดร.อนิรุทธิ์?
นิว – ‘เกลียดผมเลย ผมยอม (หัวเราะ) เอาจริงๆ ผมยังเกลียดตัวเองเลย อย่างเวลาคนเข้ามาด่าแรงๆ ผมมองเป็นความสำเร็จนะ แสดงว่าเขาอินกับละครมากๆ เชื่อว่าเดี๋ยวนี้คนดูแยกได้ ระหว่างชีวิตจริงกับละคร คอมเมนต์ก็ไม่ได้มีอะไรที่อ่านแล้วรู้สึกไม่ดี อาจจะเป็นคำด่าจริง แต่เป็นคำด่าอนิรุทธิ์ ซึ่งถือว่าเป็นฟีดแบ็กที่ดีของละครครับ
‘และตอนเล่นละครเรื่องนี้สิ่งที่ยากที่สุดคือสู้กับความเชื่อตัวเอง ผมไม่เชื่อว่าคนๆ หนึ่งจะตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ มันจะทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ ผมคุยกับอาโย (ทัศน์วรรณ) อาโยจะบอกว่า อันดับแรก นิวไม่ใช่ตัวละครตัวนี้ นิวเป็นนิว อนิรุทธิ์เป็นอนิรุทธิ์ ในวันที่นิวเป็นอนิรุทธิ์ คือนิวต้องเชื่อว่าสิ่งที่อนิรุทธิ์ทำถูกที่สุดแล้ว ดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่เรื่องผิด พออาโยพูดแบบนั้น ผมเลยเหมือนปลดล็อกตัวเอง แล้วเปลี่ยนความคิดใหม่ว่าสิ่งที่อนิรุทธิ์ต้องการคืออะไร อะไรคือเป้าหมายของเขา จะไปถึงเป้าหมายนั้นจะใช้วิธีอะไร หลังจากนั้นผมก็เลยไม่ค่อยมีปัญหากับตัวละครตัวนี้เท่าไหร่ แต่ถามว่าเกลียดมั้ย เกลียดมาก’
ตัดสินใจรับบทดร.อนิรุทธิ์ นานไหม?
นิว – ‘ไม่นานเลย หนึ่งเราเคยทำงานกับเช้นจ์มาแล้ว สองเป็นแพลตฟอร์มของ WeTV ซึ่งผมดู WeTV อยู่แล้ว อยากมีงานของเราที่เป็น WeTV original บ้าง พอเขาติดต่อมาก็รับเลย แล้วเรื่องนี้พลิกบทบาทค่อนข้างไกลตัว ใช้จินตนาการเยอะ ต้องเชื่อว่าการที่ผู้ชายไปมีอะไรกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตัวเองเป็นเรื่องไม่ผิด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติทั่วไป ซึ่งผมมองว่าเป็นความท้าทาย เวลาเล่นละครมานานๆ พอได้เล่นบทที่เหมือนเดิมมันบั่นทอนจิตใจเหมือนกันนะ มันทำให้รู้สึกไฟในการทำงานหายไป แต่พอวันไหนที่ไปทำงานแล้วรู้สึกว่า ทำไมยากจัง มีอะไรใหม่ๆ ให้ลองทำตลอดเวลา มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเพิ่งเริ่มเล่นละครใหม่ๆ แล้วไฟในการทำงาน ไฟในการเรียนรู้มันกลับมา’
ที่บอกว่าเล่นเรื่องนี้ต้องต่อสู้กับความเชื่อตัวเอง เพราะตัวตนจริงๆ เราไม่ใช่คนเจ้าชู้?
นิว – ‘ใช่สิครับ (หัวเราะ) ผมพูดอย่างนี้ดีกว่า ผู้ชายทุกคนมีความเจ้าชู้อยู่ในตัว ผมไม่เชื่อถ้าใครบอกว่าไม่เจ้าชู้ เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่เราควบคุมมันได้มากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้เราเอามันออกมาใช้’
ร่วมงานกับนักแสดงสาวๆ ที่เล่นเป็นเมียเราหลายคนเลย เป็นอย่างไร?
นิว – ‘ไล่ไปทีละคนนะครับ สำหรับคุณตั๊ก บงกช ผมค่อนข้างเกร็งที่จะทำงานกับเขา เพราะตั๊กในความคิดเรา ภาพที่จินตนาการไว้คือนางพญา วันที่เขามาเวิร์กช็อปเจอกันวันแรก เราเกร็งแล้วประหม่ามากๆ แต่พอเจอตัวจริง เขาค่อนข้างติ๊งต๊องนิดๆ โก๊ะๆ ตลกๆ (หัวเราะ) ไม่ค่อยทันมุข คือเป็นคนน่ารักครับ ทำงานด้วยสนุกดี แคสติ้งเรื่องนี้เลือกนักแสดงมาได้ดีมากๆ ตั๊กนี่คือดร.วิกันดาเลย ส่วนน้องๆ คนอื่น น้องพิม น้องเจนิส น้องญดา ผมเคยทำงานมาด้วยแล้ว สนิทคุ้นเคยกัน เรารู้อยู่แล้วว่าแต่ละคนทำงานกันแบบไหนยังไง ทำงานง่าย สนุกดีครับ’
ปีนี้มีละครกี่เรื่อง?
นิว – ‘มีเรื่อง เมียหลวง กำลังออนแอร์ และมีที่กำลังถ่ายทำ 3 เรื่อง บุหลันมันตรา, เรือนชฎานาง และ รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตลก ก็มีหลากหลายคาแร็กเตอร์ให้เลือกติดตามชมครับ’

มองชีวิตตลอด 17 ปีในวงการจนมาถึงในวันนี้เป็นอย่างไร?
นิว – ‘มันเดินทางมาไกลกว่าที่คิดไว้เยอะ ที่เหลือหลังจากนี้ไปคือกำไรชีวิตแล้ว เราไม่รู้ว่าอนาคตจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ก็พยายามตั้งใจรักษาคุณภาพการทำงานไว้ เชื่อว่าทุกวันนี้เราอยู่ด้วยความสามารถด้วยสิ่งที่เรามีข้างใน นอกจากวินัยในการทำงาน การดูแลตัวเองให้ดีแล้ว สิ่งหนึ่งคือประสบการณ์ที่สะสมมา จริงๆ ไม่มีใครอยู่ได้ตลอดหรอก มันมีคลื่นลูกใหม่มาแทนคลื่นลูกเก่าเสมอ แต่ก็คิดว่าทำยังไงเราจะถึงอยู่ในโพสิชั่นตรงนี้ให้นานที่สุดแล้วก็พัฒนาตัวเองตลอดเวลา’
‘ผมชอบทำงานชอบเล่นละคร แต่เรื่องการเป็นพระเอกคงเป็นไม่ได้ตลอด วันหนึ่งก็ต้องเปลี่ยนไปตามสถานะ อนาคตคิดว่าน่าจะยังเล่นละครอยู่ ผมยังจำภาพวันแรกที่เข้าวงการมาใหม่ๆ เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีทางลืม มาถ่ายละครวันแรกงงๆ ไม่รู้จักใคร ไปเจอพี่นุ่น วรนุช นั่งแต่งหน้าอยู่ที่พื้นแล้วหันหน้ามาทักทาย เราตื่นเต้นไปหมด ถ่ายซีนหนึ่ง พูดคำว่า สวัสดีครับแม่ ถ่ายทั้งวัน กองถ่ายต้องมานั่งรอเรา ก็รู้สึกไม่ไหวแล้วอยากกลับบ้าน มันเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม’
วันนี้เป็นพี่ใหญ่มากประสบการณ์ของน้องๆ แล้ว?
นิว – ‘อย่าใช้คำนั้น (หัวเราะ) เวลาเห็นน้องๆ นักแสดงใหม่ๆ ที่เข้ามา ผมรู้สึกชื่นชมนะ เขาพร้อมมากกว่าเราในวันที่เราเข้ามาเยอะเลย ทุกคนมาเก่งหมดแล้ว เวลาเห็นน้องๆ ก็คิดถึงตัวเราในอดีต ทุกวันนี้เวลาผมไปกองถ่าย ก็พยายามคิดว่าเราก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ตรงนี้ได้อีกนานแค่ไหน ก็พยายามมีความสุขเอ็นจอยกับมัน ใช้ชีวิตให้เหมือนวันสุดท้าย’
‘อย่างรูปร่างเรามันดีแค่ภายนอก แต่ภายในเราสุขภาพทำงานหนักพักผ่อนน้อย เป็นโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ภายนอกเรามันดูกล้ามประดับ เหมือนดอกไม้ประดับเอาไว้ถ่ายรูปถ่ายงานอย่างเดียว ไม่ได้แข็งแรงจริง ผมเป็นภูมิแพ้แล้วมีช่วงหนึ่งเป็นไซนัส ลำบากเลยช่วงนั้นต้องไปถ่ายละครด้วยแล้วก็ต้องไปหาหมอด้วย แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว’
ถามถึงเรื่อง นาว ทิสานาฎ ไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย?
นิว – ‘เขาก็คุยและปรึกษาผมตลอด เขาอยากทำและอยากไปมานานแล้ว เป็นช่วงเวลาจังหวะเคลียร์งานได้พอดี ทุกอย่างลงล็อก ผมก็ซัพพอร์ตเขาตลอด ไม่เคยห้าม เขาอยากทำอะไรในสิ่งที่เขาทำแล้วมีความสุข เรามีหน้าที่สนับสนุนอย่างเดียว ส่วนไปนานแค่ไหน เรื่องระยะเวลายังไม่รู้ครับ แต่คิดว่าคงไม่นานหรอก เพราะสุดท้ายแล้วน้องก็ยังต้องกลับมาทำงานในวงการบันเทิงต่อ น้องไม่ได้ออกจากวงการเลย แค่ไปเทกคอร์ส จริงๆ เวลาเดี๋ยวนี้ก็เร็ว แป๊บเดียว 3 เดือน 6 เดือน ปีหนึ่ง มันไม่ได้นานหรอก’
ไม่เคยห่างกันไกลและนานแบบนี้ พอเป็นรักทางไกล มีเตรียมใจไว้ยังไง?
นิว – ‘ผมไม่ได้คิดถึงตรงนั้นไว้ แค่รู้สึกว่าเราทำวันนี้ให้ดีที่สุด ถึงวันข้างหน้าจะเป็นยังไง มันก็คงเดินไปในเส้นทางที่มันควรจะเป็น น้องไปอยู่คนเดียว เรียกว่าเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญมาก ตัวเราเองอยากจะไป ยังคิดว่าจะอยู่ยังไง แล้วน้องตัดสินใจไป น่าชื่นชมในความตั้งใจของเขา ครั้งหนึ่งผมเคยอยากไป แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิง เราไม่มีเงินที่จะไป ไม่อยากรบกวนทางบ้าน พอเรียนจบปริญาตรีก็ออกมาทำงาน เก็บเงินก่อน จากวันนั้นถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ไปเลย (หัวเราะ) อยู่ยาวทำงานไม่ได้ไป อย่างจะไปส่งน้อง ผมก็ขออนุญาตกองละครสองอาทิตย์ แจ้งล่วงหน้าตั้งแต่ปีที่แล้วว่าจะมีเดินทาง แล้วจะรีบกลับมาถ่ายละครต่อให้จบ’
‘ก็เป็นการห่างกันนานๆ ครั้งแรกเลย ถามว่าใจหวิวไหม ตอนแรกไม่คิด ตอนนี้ก็ยังไม่ได้รู้สึก ผมว่าคงต้องรอให้ถึงวันนั้นก็มีความรู้สึกแหละ แต่ถ้าเราทำงานทุกวัน เวลามันน่าจะผ่านไปเร็ว แล้วพอปิดกล้องค่อยไปหาเขาก็ได้’

ความรักกับนาวกี่ปีแล้ว?
นิว – ’10 ปีแล้วครับ ถามว่ามองอนาคตยังไง ผมเคยแพลนอยากจะมีครอบครัวจะแต่งงานตอนอายุ 38 นี่เลยมา 5 ปีแล้ว เลยคิดว่าไม่แพลนดีกว่า ณ วันนี้ก็มีความสุขดี แล้วสถานการณ์ที่ผ่านมาเปลี่ยนความคิดเราหลายอย่างเลย โดยเฉพาะโควิดทำให้เรามองเรื่องอนาคตเปลี่ยนไปอีกแบบเลย เมื่อก่อนเคยคิดอยากมีลูกอยากมีครอบครัว ตอนนี้ความคิดเปลี่ยนไปอีกแบบแล้ว ไม่อยากมีแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเปลี่ยนกลับมาอีกมั้ย’
แล้วนาวมีแนวความคิดไปทางเดียวกับเราด้วยไหม?
นิว – ‘ใช่ครับ น้องยังเด็ก ยังอยากทำอะไรหลายอย่างเลย ซึ่งคู่เราก็เรื่อยๆ ไม่หวือหวาอะไร’
วีรนุช จันทำ