เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังสำหรับเชลซีภายใต้การคุมทีมของ แกรม พ็อตเตอร์ เฮดโค้ชคนใหม่ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่เมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้วแทน โธมัส ทูเคิล ซึ่งโดนปลดจากตำแหน่ง
ปัจจุบันพวกเขาอยู่ในอันดับ 10 ของตาราง พรีเมียร์ลีก (นับถึงวันที่ 14 ม.ค.) รวมถึงตกรอบบอลถ้วยในประเทศ 2 รายการ ทั้งเอฟเอ คัพ และคาราบาว คัพ ไปหมดแล้ว
และหากดูสถิติพบว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” แพ้ไปถึง 7 นัดจากการลงสนาม 10 นัด หลังสุดทุกรายการ (นับถึงเกมแพ้ฟูแลม 1-2 ศึกพรีเมียร์ลีก) จนมีการเรียกร้องให้ปลดพ็อตเตอร์ออกจากตำแหน่ง
“สกาย สปอร์ตส์” รายงานว่า ท็อดด์ โบห์ลี เจ้าของทีมเชลซียังให้การสนับสนุนเฮดโค้ชวัย 47 ปีรายนี้อย่างเต็มที่ และไม่มีแผนปลดพ้นกุนซือแต่อย่างใด

ถึงกระนั้นในขณะนี้เชลซีกำลังเจอปัญหา มากมายที่ส่งผลให้พวกเขา “อยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก” ตามคำให้สัมภาษณ์ของพ็อตเตอร์ ซึ่งทีมงาน “ข่าวสดกีฬา” ได้วิเคราะห์ถึงปัญหา 3 ปัญหาสำคัญที่เชลซีกำลังเผชิญ และทำให้ทีมเจอสถานการณ์ย่ำแย่
นักเตะหลักบาดเจ็บ
แน่นอนว่าปัญหาอาการนักเตะหลักบาดเจ็บ ส่งผลเสียต่อทุกทีม ทว่ากับเชลซีนั้นอยู่ในขั้น “วิกฤต” ของสโมสรไปแล้วในตอนนี้
เชลซีมีผู้เล่นทีมชุดใหญ่บาดเจ็บถึง 10 ราย ประกอบด้วย เอดูอาร์ เมนดี, เบน ชิลเวลล์, รีซ เจมส์, เวสเลย์ โฟฟานา, ราฮีม สเตอร์ลิง, คริสเตียน พูลิซิช, รูเบน ลอฟตัส-ชีก, เดนิส ซากาเรีย, เอ็นโกโล กองเต และ อาร์มันโด โบรยา ล่าสุด เชา เฟลิกซ์ แนวรุกคนใหม่ โดนแบน 3 นัดหลังโดนใบแดงในนัดประเดิมสนาม
ด้วยขุมกำลังที่จำกัดและตัวสำรองที่ยังไม่ดีพอ ทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่มีช่องโหว่ ไปทุกตำแหน่ง จนส่งผลต่อความมั่นใจ และผลงานที่ออกมา

แผงเกมรุกไม่เฉียบคม
เชลซียิงได้เพียง 6 ประตูจาก 10 นัดหลังสุดเท่านั้น แม้ว่าจะมีผู้เล่นในเกมรุกคับคั่ง ทั้ง ไค ฮาเวิร์ตซ์ และ เมสัน เมาต์ เป็นต้น ซึ่งเป็นกำลังหลักมาหลายซีซั่น รวมถึงได้ แข้งใหม่อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง และ ปิแอร์- เอเมอริก โอบาเมยอง เป็นต้น แต่กลับกลายเป็นว่าศักยภาพในการทำประตูดูด้อยลง
แน่นอนว่า “การปรับตัว” คือสิ่งที่ต้องเชื่อมกันระหว่างผู้เล่นเก่าและผู้เล่นใหม่ แต่หลังจากที่ผ่านมาเกือบครึ่งฤดูกาล ดูเหมือนว่านักเตะยังจูนกันไม่ติดเท่าที่ควร
นอกจากนั้นหากย้อนดูสถิติในแต่ละเกมแล้ว ไม่ใช่ว่าเชลซีจะไม่มีโอกาสในการทำประตู ทว่ากลับจบสกอร์ได้ไม่ดีพอ และทำให้ ในหลายๆ แมตช์พวกเขาต้องเจอกับผล การแข่งขันที่สวนทางกับรูปเกม

กองหลังหละหลวม
โดยพ็อตเตอร์ได้เปลี่ยนให้เชลซีมาเล่นกองหลัง 3 คนในระบบ 3-4-3 ซึ่งเป็นระบบที่เขาถนัดตอนคุมไบรตัน และใช้วิงแบ๊ก 2 ข้างในการช่วยเล่นเกมรับเพิ่มเติม
“สิงห์บลูส์” กลายเป็นทีมที่เสียประตู ง่ายกว่าหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เสริมทัพกองหลังในฤดูกาลนี้ไปทั้งหมดถึง 200 ล้านปอนด์ (ราว 8.02 ล้านบาท)
มีการปรับไปใช้กองหลัง 4 คน ก็ยังไม่ช่วย ให้ทุกอย่างดีขึ้น สุดท้ายในช่วงหลังเขาต้องเปลี่ยนมาเล่นหลัง 3 เช่นเดิม
แน่นอนว่าการขาดหายไปของรีซ เจมส์ และ เบน ชิลเวลล์ 2 ผู้เล่นหลักส่งผลกระทบ ต่อทีมอย่างมาก ซึ่งต้องมาติดตามว่า หากทั้ง 2 คนกลับมาเกมรับของเชลซี ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งจะเหนียวแน่นขึ้นหรือไม่ หลังปัจจุบัน พวกเขาเก็บคลีนชีตได้เพียง 1 จาก 13 นัดหลังสุดเท่านั้น