หลังชาวบ้านหลายจังหวัดกว่า 100 คน แห่แจ้งจับ น.ส.สุภรัตน์ ศรีเมฆ หรือ มะปราง อายุ 23 ปี สาวแสบชาวบุรีรัมย์ ที่เพิ่งมาอยู่กินเป็นสะใภ้ในหมู่บ้านใน ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้แค่ 3 เดือน เรื่องราวสุดแสบของมะปรางก็พรั่งพรูออกมาสู่สังคม
ย้อนไปเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ชาวบ้านจากหลายจังหวัดทั้งในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จ.นครราชสีมา จ.ร้อยเอ็ด จ.อุดรธานี จ.อุบลราชธานี และ จ.สระแก้ว ร่วม 100 คนแห่นำหลักฐานสลิปการโอนเงิน และข้อความการสนทนา เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ. ลำปลายมาศ ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.สุภรัตน์ หรือมะปราง หลังรู้อย่างแน่ชัดแล้วว่าถูก สาวแสบหลอกเอาเสียแล้ว

โฉมหน้าสาวแสบ
ชาวบ้านแฉพฤติกรรมว่า เจ้าตัวสร้างเรื่องว่ามีพ่อเลี้ยงเป็นชาวเกาหลี ทำงานเป็นหัวหน้า ตม.ที่เกาหลี ทั้งมีสวนผัก สวนมะเขือเทศ และไร่สตรอว์เบอร์รี่เป็นของตัวเอง พ่อเลี้ยงต้องการคนไปทำงานดูแลสวนที่เกาหลี โดยบอกว่าจะได้ค่าแรงสูงถึงเดือนละ 62,000 บาท ถ้ารวมโอทีด้วยก็เกือบ 1 แสนบาท ทำให้ ชาวบ้านหลงเชื่อ นอกจากนั้น น.ส.มะปรางยังสร้างโปรไฟล์ให้ดูน่าเชื่อถือด้วยการทำตัวเหมือนคนมีตังค์ ทั้งปล่อยเงินกู้ และล่าสุดก็ให้ช่างทุบรื้อบ้านของพ่อแม่สามีทั้งที่ตัวเองเพิ่งมาเป็นสะใภ้ได้เพียง 3 เดือนทิ้ง บอกว่า จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ แต่พอทุบทิ้งแล้ว สั่งของมากองไว้รวมทั้งค่าช่างประมาณ 2 แสนบาท แล้วก็หายตัวออกจากบ้านไป อ้างว่าจะออกไปรับแม่แล้วก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ปล่อย ให้แม่สามีและชาวบ้านกว่า 100 คนที่นัดให้มารอขึ้นรถจะพาไปทำงานเกาหลี ตอน 7 โมงเช้า เพื่อไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ มารู้ตัวว่าถูกหลอกก็เมื่อถึงเวลานัดหมายไม่เห็นรถตู้สักคัน

ชาวบ้านแห่แจ้งความ
นายศุภกฤต อายุ 28 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด หนึ่งใน ผู้เสียหาย เล่าว่า ปกติมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวที่ จ.ร้อยเอ็ด พอมีคนรู้จักมาชักชวนว่า น.ส.มะปราง ซึ่งมีพ่อเลี้ยงเป็นชาวเกาหลี และเป็นหัวหน้าตม.ที่เกาหลี จะพาคนไปทำงาน ส่วนค่าเดินทางก็เรียกเก็บไม่เท่ากัน เฉลี่ยตั้งแต่หลักพันถึง หลักหมื่นบาท โดยบางคนโอน จ่ายไปแล้ว 8 หมื่นบาท แต่พอมาวันนี้ซึ่ง น.ส.มะปราง นัดให้มารวมตัวกันที่บ้านสามีเธอเพื่อมาขึ้นรถตู้ไปสนามบิน แต่พอถึงเวลา น.ส.มะปรางกลับหายตัวออกจากบ้านไม่สามารถติดต่อได้ มีเพียงสามีและแม่สามีอยู่ที่บ้าน ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะเขาบอกว่าถูกหลอกเหมือนกัน
ด้านนายแก๊ป อายุ 23 ปี สามีของ น.ส.มะปราง บอกว่า เมื่อ 4 เดือนก่อนตนรู้จักกับ น.ส.มะปรางผ่านเฟซบุ๊ก ก็พูดคุยกันสักพักแล้วคบหากันเป็นแฟน แต่เพิ่งมาอยู่กินกันแบบสามีภรรยาที่บ้านตนเองได้ 3 เดือน ก็ไม่มีใครเคยเห็นแม่หรือพ่อเลี้ยงของเขา แต่เขาบอกว่าพ่อเลี้ยงเป็นชาวเกาหลีใต้ และไม่รู้ว่าภรรยาจะไปหลอก ชาวบ้านหลายจังหวัดว่าจะพาไปทำงานเกาหลี แต่พอประมาณตี 1 กลับบอกตนเองว่าจะไปรับแม่ แล้วก็หายไปเลยติดต่อไม่ได้อีก ก็อยากให้ภรรยากลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ เพราะตนกับครอบครัวไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรู้เรื่องด้วย
หลังสอบสวนตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่ามีผู้เสียหายอย่างน้อย 84 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1,000,000 บาท จึงขอหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมประสานตำรวจทั่วประเทศ ไล่ล่าสาวจอมแสบ
กระทั่งวันที่ 12 ม.ค. ตำรวจ สภ.บางละมุง ร่วมกับ ตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ ตำรวจภูธรภาค 3 เข้าจับกุมสาวมะปราง ได้ที่คอนโดมิเนียม ใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนคุมตัวส่งโรงพักลำปลายมาศ

ชาวบ้านแห่ดูหน้า
ด้านนางเกษร ยานสิทธิ์ อายุ 45 ปี แม่ของนายเกียรติศักดิ์ แฟนหนุ่มมะปราง กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่าตำรวจจับตัวมาส่งที่ โรงพัก จึงเดินทางมาทันที เพราะอยากเห็นหน้าลูกสะใภ้ และอยากถามคำแรก “แม่กับพ่อ รักและทำดีให้กับมะปรางทุกอย่าง ทำไมถึงทำกันได้” ยอมรับตอนนั้นรักลูกสะใภ้มาก และตอนนี้เจ็บมาก ส่วนเรื่องวัสดุก่อสร้างที่ไปเชื่อทางร้านมา ตอนนี้ก็เบาใจลงได้มากเพราะเจ้าของร้านให้คืนวัสดุที่ยังไม่ทันเอาไปใช้ได้ ส่วนวัสดุที่ใช้ไปแล้ว ตอนนี้คิดเป็นเงินประมาณ 45,000 บาท แต่ตอนนี้ตนยังไม่มีเงิน แม้แต่บาทเดียว บ้านที่เคยมีก็ไม่มีแล้ว

ตร.แถลงข่าว
ขณะที่ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เผยว่าจากการสอบปากคำผู้ต้องหาก็ยอมรับสารภาพ อ้างว่าได้เงินจากผู้เสียหายทั้งหมด 1.5 ล้านบาท แต่โอนงินให้เพื่อนที่เกาหลีซึ่งอ้างว่าจะพาคนไปทำงานได้ 1 ล้านบาท เหลือไว้เป็นส่วนของตัวเอง 5 แสนบาท ตอนนี้ใช้เงินไปหมดแล้ว ล่าสุดได้ไปทำศัลยกรรมเสริมคาง จนเหลือติดบัญชี 0 บาท ส่วนที่บอกกับผู้เสียหายว่าแม่มีสามีเป็นชาวเกาหลีทำงานอยู่ที่ ตม.เกาหลีก็ไม่เป็นความจริง ทุกอย่างแต่งเรื่องขึ้นเอง เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ
จากนี้จะสอบขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าได้โอนไปให้ใครบ้าง หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีบุคคลใด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย
เรืองรุจ วังแจ่ม, สุรชัย พิรักษา
เรื่อง/ภาพ