วันที่ 18 ม.ค. น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีครม. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธาน มีมติแต่งตั้งนายสยาม บางกุลธรรม รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์และว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรครทสช. เป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ตามที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ เสนอว่า ยิ่งนานวันรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งทำสิ่งที่ไร้มารยาททางการเมือง ต่อมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทางการเมืองไม่ทำงาน ทั้งที่เหลือเวลาในการทำงานไม่ถึง 2 เดือน แต่ตั้งคนในพรรคที่ตนเองสังกัดมาทำงานรอบกาย

ปกติการแต่งตั้งบุคคลมาช่วยทำงานจะแต่งตั้งหลังเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ แต่พล.อ.ประยุทธ์ตั้งคนในพรรคที่ตนเองสังกัดมาดำรงตำแหน่งในรัฐบาลเพื่อไปสู้ศึกเลือกตั้ง น่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ จากที่ก่อนหน้านี้ได้แต่งตั้งนายพีระพันธุ์ เป็นเลขาธิการนายกฯ หลังจากนี้คนที่เป็นเลขาฯ นายกฯ และหัวหน้าพรรคที่ นายกฯ สังกัดอยู่ จะตั้งพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดต นายกฯ เป็นการผลัดกันเกาหลังทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล้าทำหลายเรื่อง เช่น รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรมตัวเองจากข้อหากบฏ วางหมากสืบทอดอำนาจอยู่บ้านพักฟรี ค่าน้ำ ค่าไฟฟรีจากภาษีประชาชนมีกระบวนการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้อยู่เกิน 8 ปี โดยไม่ตระหนักถึงความเสียหายและล้มเหลวที่สร้างไว้

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวการที่ทำให้การเมืองไทยย้อนยุคตกต่ำ การเมืองแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอาฟื้นคืนชีพ ไม่แปลกใจที่การทุจริตคอร์รัปชั่นเบ่งบาน ธุรกิจสีเทาเฟื่องฟู ยาบ้าถูกกว่าลูกอม ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นประเทศไทยปี 2564 ภายใต้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อยู่อันดับที่ 110 ต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่รัฐบาล นายทักษิณ อยู่ในอันดับที่ 59 ดีกว่ารัฐบาลนี้เท่าตัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน