แม้จะถูกสอบเค้นนานร่วม 8 ชั่วโมง แต่ นางอารมณ์ แพะนา หรือ ป้ายม อายุ 71 ปี ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นผู้ทำร้าย นางละมุน สุขลิ้ม หรือ ป้าศรี อายุ 78 ปี จนเสียชีวิต แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนเพราะหลักฐานมัดตัว
เรื่องราวสยองถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 16 ม.ค. 2566 พ.ต.อ.พูนศักดิ์ เซ็งแซ่ ผกก.สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง พ.ต.ต.ขวัญเจริญ ไกรทอง สว.กก.สส.ภ.จว.ตรัง ร.ต.อ.ฉลองชัย ชาปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว ตำรวจชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง แพทย์เวร ร.พ.ย่านตาขาว และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ชีพร่วมใจย่านตาขาวเดินทางไปตรวจสอบ เหตุคนถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีด เสียชีวิตอยู่ภายในสวนยางพาราของตนเอง พื้นที่บ้านหนองเตย หมู่ 5 ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง
ที่เกิดเหตุห่างจากถนนสายบ้านหนองเตย-ทุ่งชน เข้าไปในสวนประมาณ 150 เมตร ที่บริเวณโคนต้นยาง พบศพนางละมุน สุขลิ้ม หรือป้าศรี อายุ 78 ปี สภาพนอนหงายหน้าจมกองเลือด สวมชุดกรีดยางพารา พบบาดแผลฉกรรจ์ ถูกของมีคมที่ใบหน้าจำนวนหลายแผล และยังพบรอยฟกช้ำหลายแห่งอีกด้วย ใกล้กันพบรถจักรยานซึ่งเป็นของผู้ตายจอดอยู่

ที่เกิดเหตุในสวนยาง
สอบสวนทราบว่าเบื้องต้นผู้ตายอาศัยอยู่บ้านในพื้นที่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 1 ก.ม. เพียงคนเดียว เนื่องจากสามีเสียชีวิตแล้ว ส่วนลูกๆ ไปทำงานในต่างจังหวัด โดยยังยึดอาชีพกรีดยางพารา เบื้องต้นคาดว่าก่อนเกิดเหตุ ออกไปกรีดยางพาราในสวนที่อยู่ใกล้บ้านก่อน เมื่อกรีดเสร็จก็ปั่นรถจักรยานมา กรีดยางต่อที่สวนเกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายน่าจะมีเพียงคนเดียว และเตรียมการมาก่อน ซึ่งน่าจะเฝ้ารออยู่แล้ว
เจ้าหน้าที่สอบพยานให้การตรงกันว่า ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้อง ไม่ทราบว่าเป็นใคร ต่อมาได้ยินเสียงสุนัขเห่าติดต่อกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ญาติและเพื่อนบ้านเริ่มเอะใจจึงออกตรวจสอบว่าเป็นเสียงอะไร ก่อนพบว่านางละมุนถูกฆ่าเสียแล้ว อย่างไรก็ตามทราบว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 ม.ค. ผู้ตายมีปากเสียงกับหญิงเพื่อนบ้านคนหนึ่ง คาดว่าผู้ตายจะเข้าไปทวงเงิน
หลังได้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัว นางอารมณ์ แพะนา หรือป้ายม อายุ 71 ปี ซึ่งเป็นลูกหนี้ของผู้ตายมาสอบถาม หลังจากมีปัญหาทะเลาะวิวาทเมื่อวานนี้ แต่แม้จะมีพิรุธในคำให้การหลายอย่าง แต่ผ่านมานานกว่า 8 ชั่วโมง เจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการเสียชีวิต

สอบปากคำป้ายม
เจ้าหน้าที่จึงเชิญพยานรายอื่นมาสอบปากคำ จนทราบว่าเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องและสุนัขเห่า ก่อนจะพบเห็นนางอารมณ์เดินถือมีดกรีดยางวนเวียนอยู่ในจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งได้เรียกให้เพื่อนบ้านซึ่งเป็นพยานมารับไปส่งที่บ้าน โดยขณะนั้นสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงวอร์ม และรองเท้าบู๊ต
ขณะที่การรวบรวมหลักฐานมัดตัวผู้กระทำผิด มีชาวบ้านพบรองเท้าบู๊ตสีฟ้า 1 ข้าง และสีดำ 1 ข้างถูกทิ้งอยู่ภายในสวนยางพาราห่างจากบ้านเช่าของป้ายม โดยรองเท้าบู๊ตสีดำเป็นของป้ายม และสีฟ้าเป็นของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีคราบเลือดติดอยู่

รองเท้าบู๊ตสลับข้าง
อีกหลักฐานสำคัญคือในถังขยะห่างจากบ้านอีกประมาณ 20 เมตร พบเสื้อผ้าเปื้อนเลือดและมีเส้นผม คาดว่าเป็นของผู้ตายติดอยู่ และหน้ากากอนามัยถูกนำมาทิ้งไว้ในถังขยะ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบภายในบ้านเช่า พบกางเกงวอร์มสีดำเปื้อนเลือดตรงกับที่พยานระบุ แต่ป้ายมก็ยังยืนกรานปฏิเสธ

หลักฐานในถังขยะ
ต่อมานายวัลลพ จรูญศักดิ์ หรือกำนันโก้ กำนัน ต.ย่านตาขาว ได้เข้ามาพูดคุยทำให้ป้ายมมีท่าทีอ่อนลงและยอมรับสารภาพว่าเป็น ผู้ลงมือก่อเหตุเอง โดยเผยแรงจูงใจว่า ตนเองได้ไปยืมเงินของป้าศรี (ผู้ตาย) อยู่บ่อยครั้ง ครั้งละประมาณ 200-300 บาท รวมเงินทั้งหมดประมาณ 5,500 บาท ในช่วงตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตนก็ไม่ได้คืน และได้ไปยืมอยู่เรื่อยๆ แต่ผู้ตายก็ได้เข้ามาทวงตนอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งไปบอกป่าวประกาศพูดคุยกับเพื่อนบ้านว่าตนไปยืมเงินแล้วไม่คืน จึงโมโหและโกรธแค้น จึงได้วางแผนออกไปที่สวนของผู้ตาย พร้อมกับถือมีดกรีดยางไป 1 เล่ม โดยอ้างว่าจะไปกรีดยาง ก่อนจะเห็นผู้ตายกรีดยางจึงเข้าทำร้าย ด้วยความแค้นหวังแค่เพียงว่าแค่จะขู่ตักเตือน ไม่ให้ผู้ตายนำเรื่องที่ติดเงินอยู่ไปบอกคนอื่น แต่ไม่ได้ใช้อาวุธใดๆ ใช้แค่เพียงหมัด ศอก และสิ่งของที่หยิบจับได้บริเวณนั้นลงมือก่อเหตุ ก่อนจะกลับมาทำลายหลักฐาน จนกระทั่งตำรวจมาควบคุมตัว ส่วนรองเท้าบู๊ตหลังจากเกิดเหตุได้มีการยื้อยุดฉุดกระชากกัน จนทำให้รองเท้าหลุด ซึ่งตนหลังจากก่อเหตุเสร็จด้วยความมืดเลยใส่ผิดข้างกลับมา
อายุก็ล่วงเข้าวัยไม้ใกล้ฝั่งแล้ว ยังต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำอีกครั้ง ไม่รู้จะโทษใครดี
ทรงวุฒิ นาคพล
เรื่อง/ภาพ