พรรคพลังประชารัฐ โดยพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ชิงประกาศนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน โดยระบุว่าพร้อมเริ่มมีผลทันที หลังพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
เป็นการคิกออฟนโยบายหาเสียงตัดหน้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค รวมไทยสร้างชาติในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ขณะเดียวกันก็ถือเป็นการเกทับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาทภายในปี 2570 ของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศเป็นนโยบายก่อนหน้านี้
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เด็กในคาถาบิ๊กตู่ และจะย้ายไปร่วมหัวจมท้ายด้วย ให้สัมภาษณ์สวนกลับพรรคพลังประชารัฐทันทีว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นผู้ให้แนวคิด ดังกล่าว เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดสรรสวัสดิการของประเทศไทยในรอบหลายสิบปี โดยให้เงินช่วยเหลือของภาครัฐตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย จนสามารถระบุตัวตนผู้มีรายได้น้อยได้อย่างแท้จริง
โดยเริ่มดำเนินการครั้งแรกเมี่อปี 2559 จนถึงปัจจุบัน
นายธนกรระบุด้วยว่า การจัดสวัสดิการสังคมและการให้เงินช่วยเหลือของรัฐในยุค พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนในสังคมไทย และส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบางในสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน
หากการเลือกตั้งสมัยหน้า พล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง เชื่อว่าทุกนโยบายจะถูกนำมาคิดเพื่อต่อยอดและพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน
แยกกันยังไม่ทันไรก็เริ่มแย่งผลงานกันแล้ว
สำหรับผู้รับสิทธิโครงการสวัสดิการแห่งรัฐปี 2559 มีจำนวนทั้งสิ้น 7.7 ล้านราย
ล่าสุดข้อมูลผู้มีบัตรปัจจุบัน (ณ วันที่ 1 มกราคม 2566) มีจำนวน 13.22 ล้านราย
สำหรับโครงการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนกว่า 19.63 ล้านรายจะปรับรูปแบบให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน
คาดว่าจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2566 และเริ่มใช้สิทธิได้ภายในเดือนมีนาคมนี้
นโยบายประชานิยมแจกเงินซื้อเสียงล่วงหน้า เริ่มเดือดแล้วระหว่างบิ๊กตู่กับพี่ใหญ่บิ๊กป้อม!!
เภรี กุลาธรรม