บ่ายโมงวันที่ 12 ม.ค. ตำรวจจังหวัดนครพนม นำโดย พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม, พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก., พ.ต.อ.กฤติน กอร์ปกุลหิรัญ ผกก.สส.ภ.จว.นครพนม, พ.ต.ท.อักขราทรณ์ ดอนสถิตย์ รอง ผกก.สภ.นาทม รรท.ผกก.สภ.วังยาง จ.นครพนม พร้อมกำลังควบคุมตัวนายนิมิตร หนึ่งคำมี อายุ 57 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในคดีที่ชาวบ้านต่างไม่อยากเชื่อว่าคนร้ายคือนายนิมิตร
เรื่องราวของคดีนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 10 ม.ค. ตำรวจ สภ. วังยาง จ.นครพนม รับแจ้งพบศพ น.ส.นฤมล (สงวนนามสกุล) ริมถนนทางไปทุ่งนา บ้านนาขาม หมู่ 4 ต.วังยาง อ.วังยาง จ.นครพนม มีบาดแผลถูกทุบตีที่ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ที่ท้ายทอย 3 แห่ง

น.ส.นฤมล ผู้ตาย
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.นฤมล อยู่บ้านกับลูกสาว ส่วนสามีไปทำงานที่สมุทรปราการ ได้มีชายโทรศัพท์มาหา หลังจากที่ น.ส.นฤมลรับสายและเดินออกจากบ้านไปจุดเกิดเหตุ กระทั่งช่วง 3 ทุ่ม ลูกวัย 12 ปีได้ยินเสียงคล้ายคนตีกัน ก่อนเสียงเงียบหายไป ด้วยความตกใจจึงไม่กล้าออกมาดู กระทั่งรุ่งเช้ามีเพื่อนบ้านมาพบศพ จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
ตำรวจตรวจสอบข้อมูลในมือถือผู้ตายพบเบอร์ที่โทร.เข้ามาเป็นของนายนิมิตร หนึ่งคำมี อายุ 57 ปี หนุ่มใหญ่ที่อยู่บ้านใกล้ๆกัน จึงไปเชิญตัวมาสอบสวนกระทั่งยอมเปิดปากสารภาพ
ภายหลังการจับกุม นายนิมิตรสารภาพเนื่องจากจำนนด้วย หลักฐาน โทรศัพท์มือถือที่ติดต่อกับผู้ตาย เป็นคนสุดท้ายก่อนก่อเหตุ รับว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากแอบชอบผู้ตายมานาน อีกทั้งสามีผู้ตายไปทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการนานหลายปีแล้ว นานๆ จะกลับมาบ้านเสียที จึงฉวยโอกาสจากการสนิทสนม เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ล่อลวงชักชวนให้ออกมาจากบ้าน ก่อนที่จะพยายามกระทำอนาจาร โดยใช้เงินล่อลวง รับปากจะดูแล แต่ผู้ตายโมโหด่าทอ ข่มขู่จะเอาเรื่องไปฟ้องภรรยา จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบทำร้ายร่างกายใช้ท่อนไม้ทุบตี จนเสียชีวิต

ตั้งศพบำเพ็ญกุศล
นอกจากนี้ จากการสอบถามผู้ต้องหา และญาติผู้ตาย ทราบว่าหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหายังมาไหว้ศพ และช่วยเตรียมสถานที่จัดงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หวังกลบเกลื่อนความผิด แต่สุดท้ายหนีไม่รอดจากหลักฐานการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่เจ้าตัวโทรศัพท์หาผู้ตาย 3-4 ครั้ง แต่ น.ส.นฤมล ไม่รับสายเนื่องจากติดสายกับสามี จนช่วง 3 ทุ่ม นายนิมิตรก็โทร.แช็ตหา ผู้ตาย 3-4 ครั้งจึงยอมออกจากบ้านมาพบก่อนเกิดเหตุสยอง
ตัดภาพกลับมาที่การทำแผนฯ มีทั้งหมด 5 จุด จุดแรก นายนิมิตรจอดรถจักรยานและโทรศัพท์หาน.ส.นฤมล ซึ่งห่างบ้านผู้ตายแค่ 50 เมตร จุด 2 นัดพบกันหลังบ้านกับผู้ตาย ก่อนใช้ไม้ไผ่ฟาดที่ศีรษะ จุดที่ 3 จุดทิ้งไม้ไผ่เหยียบน้ำในสระล้างคราบเลือด จุดที่ 4 นำโทรศัพท์ไปทิ้งสระน้ำเยื้องบ้านพักผู้ก่อเหตุ 20 เมตร ห่างบ้านผู้ตาย 2 กิโลเมตรจุดที่ 5 บ้านผู้ต้องหานำเสื้อและกางเกงเปื้อนเลือดผู้ก่อเหตุใส่เครื่องซักผ้าในห้องน้ำใต้ถุนบ้าน จุดที่ 6 นำย่ามที่ซุกใส่ไม้ไผ่ที่ใช้ก่อเหตุไปห้อยไว้ข้างห้องน้ำ และนำรองเท้าบู๊ตถอดไว้ใต้แคร่ โดยใช้เวลาทำแผน 30 นาที ขณะที่ชาวบ้านแห่ไปมุงดูการทำแผนร่วม 100 คน มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 20 คน คุมเข้มทำแผนหวั่นจะถูกรุมประชาทัณฑ์

ไม้ทุบศีรษะจนตาย
พ.ต.อ.ฉกาจน์ เผยเบื้องหลังการจับกุมครั้งนี้ว่า หลังตรวจสอบจากเมสเซ็นเจอร์โทรศัพท์ของลูกสาววัย 12 ปีโดยนำอีเมล์ของลูกไปล็อกอินเข้ารหัส ปรากฏว่าผู้ตายใช้เมล์เดียวกัน หลังจากเข้าไปตรวจสอบในเฟซบุ๊กผู้ตายไม่มีอะไรผิดปกติ
แต่หลังจากตรวจสอบทางเมสเซ็นเจอร์ที่พ่วงกับเฟซบุ๊ก จึงทราบว่าเวลาประมาณ 6 โมงเย็นวันเกิดเหตุถึงทุ่มเศษ ผู้ตายโทรศัพท์คุยกับสามีที่ทำงานอยู่ใน จ.สมุทรปราการ หลังผู้ตายวางสาย นายนิมิตรได้โทร.ถึงผู้ตาย 3-4 ครั้ง แต่ไม่รับสาย ครั้งสุดท้ายผู้ตายรับสายมีการพูดคุยกัน 20 วินาที

ทำแผนฯนาทีก่อเหตุ
จากนั้นจึงเชิญตัวนายนิมิตรมาสอบปากคำ แต่ยังให้การภาคเสธ จึงขอโทรศัพท์นายนิมิตรไปตรวจสอบพบว่ามีการถูกลบข้อความที่พูดคุยกับผู้ตาย จึงกู้ข้อมูลและพบว่ามีการพูดคุยกันจริง ก่อนขออนุมัติหมายศาลเข้าจับกุมได้ที่บ้านพัก
ขณะที่สามีของผู้ตาย กล่าวว่า ไปทำงานเป็น รปภ.ที่ จ.สมุทรปราการ นาน 4 ปี จะกลับมาบ้านแค่ปีละครั้ง โดยเงินเดือน 15,000 บาท จะส่งให้ภรรยาหมด แม้จะอยู่ห่างกัน ตนและภรรยาจะโทร.แช็ตหากัน 3-4 ครั้งต่อวัน ส่วนใหญ่จะถามเรื่องลูก ส่วนคนที่ฆ่า ภรรยาจะเรียกลุงมิตรทุกครั้ง และจะจ้างมาตัดหญ้าที่บ้านเสมอ ทีแรกไม่เชื่อจะเป็นคนร้าย กระทั่งตำรวจจับกุม หลังจากนั้นตำรวจจึงนำตัวนายนิมิตรไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
ชนะ วสุรักคะ – เรื่อง/ภาพ