การเกิดขึ้นของพรรครวมไทยสร้างชาติกำลังอยู่ในแสงแห่งสปอตไลต์

หากเปรียบเทียบกับการเกิดขึ้นของพรรคพลังประชารัฐเมื่อเดือนเมษายน 2561 ก็มีความแตกต่างเป็นอย่างมาก

แม้ว่าจุดเริ่มจะมาจาก “ทำเนียบรัฐบาล” เหมือนกันก็ตาม

แม้ว่าเป้าหมายแห่งการเกิดขึ้นจะเป็นอย่างเดียวกัน นั่นก็คือ ต้องการสืบทอดอำนาจของคสช. ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ “ไปต่อ”

แต่ในปี 2566 กลับต่างจากในปี 2562

หากเริ่มต้นจากจดหมายอันมาจากความทรงจำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

การจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐเป็นไปตามความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคนดำเนินการ

ในเบื้องต้นก็ยืมมือ “4 กุมาร” เชื่อมไปยัง “สามมิตร”

เมื่อกลุ่มของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ลงหลักปักฐานได้แล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงค่อยเคลื่อนเข้าไปยึดครองและเบียดขับ

แต่กรณีของพรรครวมไทยสร้างชาติน่าสนใจกว่า

ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การมอบหมายให้ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นผู้ก่อการ

เมื่อ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ดำเนินการ ในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วจึงมีคำบัญชาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ่ายโอนอำนาจ

จาก นายเสกสกล อัตถาวงศ์ สู่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

จากนั้น การรวมของนักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์จึงบังเกิดประสานเข้ากับการดูดดึงมาจากภายในพรรคพลังประชารัฐ

ภายใต้การเดินหน้าให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ “ไปต่อ”

คำถามจึงมิได้อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

หากแต่ยังอยู่ที่การประสานระหว่าง นักการเมืองจากพรรคพลังประชารัฐกับนักการ เมืองจากพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะกลมกลืนกันได้หรือไม่

ตรงนี้พิสูจน์ฝีมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน