เหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 มีผู้เสียชีวิต 99 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน กลับมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทวงความยุติธรรมอีกครั้ง
เมื่อคณะประชาชนทวงถามความยุติธรรม 2553 หรือ คปช.53 โดย นางธิดา ถาวรเศรษฐ พร้อมญาติวีรชน ทนายความ และประชาชนผู้รักความเป็นธรรม เข้าเจรจาพร้อมยื่นหนังสือผ่านไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เพื่อติดตามและเร่งรัดสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากหลังเหตุการณ์ผ่านไปเกือบ 13 ปี เจ้าหน้าที่ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ 33 ราย เหลือ 62 รายที่ยังไม่ได้ทำส่งให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด รวมถึงสาเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ส่วนอีก 4 ราย หลักฐานไม่ชัดเพราะเสียชีวิตภายหลัง
ในหนังสือที่ยื่นถึงผบ.ตร. เนื้อหาตอนหนึ่งระบุ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 เล็งเห็นว่า นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 กระบวนการยุติธรรมได้ถูกเบี่ยงเบนและหยุดชะงักลง
ทำให้การดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำสำนวนชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 ไม่มีความคืบหน้า อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในหมวดที่ 2 ว่าด้วยการชันสูตรพลิกศพ
อีกทั้งการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่มีความคืบหน้า เช่นเดียวกัน ซึ่งระยะเวลาล่วงเลยมาถึง 12 ปีเศษแล้ว หากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปจะก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้เสียชีวิตและญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้เสียหาย
คําถามกรณี 62 ศพ ไม่หยุดอยู่แค่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คปช.53 ยืนยันจะเดินหน้าเข้าหาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่ากระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด หรือแม้แต่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ
ที่สำคัญคือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการ ข้าราชการตำรวจ ทั้งยังเป็นผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 53 โดยตรง เช่นเดียวกับนักการเมืองหลายคนในรัฐบาลชุดนี้ จะมีคำตอบให้กับญาติวีรชนผู้สูญเสียเหล่านั้น อย่างไร
ประเด็นความตาย 99 ศพ กับ 62 ศพที่ยังไม่ได้รับการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ เมื่อคปช.53 จุดประเด็นขึ้นมา พรรคการเมืองโดยเฉพาะฝ่ายประชาธิปไตยจะมีส่วนร่วมกับประชาชนผู้รักความเป็นธรรม ทวงถามหาความยุติธรรมนี้อย่างไร