หลังได้มิสยูนิเวิร์สคนล่าสุด บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป หรือ JKN เจ้าขององค์กรมิสยูนิเวิร์ส เผยความสำเร็จหลังจบการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 71 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมเออร์เนสต์ เอ็น. มอเรียล เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา การประกวดรอบตัดสินถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปยัง 121 ประเทศ รวมถึงผ่านช่องทางออนไลน์และสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ROKU ครอบคลุม ผู้ชมทั่วโลก ซึ่งมีเทคนิคโปรดักชั่นอลังการทั้งการแสดง แสง สี เสียง
สาวงามผู้คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 71 เป็นสาวงามจากสหรัฐอเมริกา อาร์บอนนีย์ เกเบรียล ดีไซเนอร์วัย 28 ปี เธอเป็น นักออกแบบที่ส่งเสริมความเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม นางแบบ และครูสอนตัดเย็บ หลงใหลในศิลปะ กีฬา และการท่องเที่ยว สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเท็กซัส สาขาออกแบบแฟชั่น วิชาโทสาขาไฟเบอร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่เน้นส่งเสริมความยั่งยืนภายใต้ชื่อ “R’Bonny Nola”

เธอยังเป็นคุณครูสอนตัดเย็บให้กับ Magpies & Peacocks ห้องเสื้อที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่มีแนวคิด “Fashion As A Force For Good” หรือการใช้แฟชั่นเป็นแรงขับเคลื่อนพลังแห่งความดี โดยการ นำผ้าที่คนอื่นไม่ใช้แล้วและถูกทิ้ง นำกลับมารีไซเคิลเพื่อสร้างเป็น ผลงานการออกแบบ นอกจากนี้ภายใต้โปรแกรม “MAKR” เธอถ่ายทอดวิชาการตัดเย็บเสื้อผ้าให้ผู้หญิง ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และความรุนแรงภายในครอบครัว
ในฐานะชาวอเมริกันเชื้อสายฟิลิปปินส์ คนแรกที่ได้ครอบครองตำแหน่งมิสยูเวิร์ส เธอให้ความสำคัญกับการยอมรับวัฒนธรรมที่หลากหลาย เธอเป็นกระบอกเสียงให้ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดประตูสู่สังคมแห่งพหุวัฒนธรรม เป้าหมายของเธอคือการให้ผู้หญิงทุกคนมองมาที่เธอ เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตมุ่งไปข้างหน้าตามเป้าหมายที่เราต้องการด้วยการเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JKN กล่าวว่า “เรามองหา ผู้หญิงที่เป็นผู้นำและสามารถยกระดับผู้หญิงให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำ สร้างการเปลี่ยนแปลง และเป็นแบบอย่างให้ผู้หญิงทั่วโลก”
การทำโชว์การประกวดในครั้งนี้ยังมุ่ง ส่งเสริมพลังของผู้หญิง ทั้งเบื้องหน้า เช่น พิธีกร คอมเมนเตเตอร์ กรรมการ หรือนักแสดงที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด และทีมงานเบื้องหลังในการทำโปรดักชั่นที่นำทีมโดยผู้หญิงในแผนกต่างๆ ซึ่งในหลายตำแหน่งผู้หญิงเหล่านี้ก้าวขึ้นมานำทีมได้อย่างดีเช่นกัน

นอกจากนี้บนเวทีการประกวดประกาศว่า “เอลซัลวาดอร์” ประเทศในแถบอเมริกากลางเป็นประเทศเจ้าภาพในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 72 ช่วงเดือนธันวาคม 2566 นี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีขององค์กรมิสยูนิเวิร์สที่ประกาศเจ้าภาพครั้งต่อไปบนเวที โดยประกาศผ่านวิดีโอแนะนำประเทศเอลซัลวาดอร์ และ นายิบ บูเคเล ประธานาธิบดีเอลซัลวาดอร์ เป็นผู้ประกาศด้วยตนเอง ประเทศเอลซัลวาดอร์ ทุ่มเงินกว่า 400 ล้านบาทในการเป็นประเทศเจ้าภาพการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 72 นี้

“ผมเป็นเกียรติอย่างมากที่จะประกาศให้ทราบว่าเอลซัลวาดอร์ จะเป็นประเทศเจ้าภาพในการประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งต่อไปช่วงปลายปีนี้ ประเทศเอลซัลวาดอร์เต็มไปด้วยความสวยงาม มีทะเลที่เหมาะแก่การโต้คลื่นที่สุดในโลก ภูเขาไฟอันยิ่งใหญ่ กาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในทวีปละตินอเมริกา เอลซัลวาดอร์กำลังเปลี่ยนแปลง ผมอยากให้พวกคุณได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ผมขอขอบคุณองค์กรมิสยูนิเวิร์สที่ร่วมมือกับผมในการสร้างประวัติศาสตร์ในครั้งนี้” ประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล กล่าว
ในปี 2566 นี้จะเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ประเทศเอลซัลวาดอร์เป็นเจ้าภาพการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2518 ที่เมืองซานซัลวาดอร์ ผู้ชนะมิสยูนิเวิร์สในปีนั้นคือสาวงามจากฟินแลนด์ แอนน์ มาเรีย โพห์ทาโม