ไม่ว่ากรณีของ “ตู้ห่าว” ไม่ว่ากรณีของ “รีดเงินจากบ้านกงสุล” ส่อแนวโน้ม “บานปลาย”

เนื่องจากไม่เพียงแต่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เท่านั้นที่ออกมาแสดงบทบาท หากเรื่องเริ่มตกไปถึงมือของ “ทนายอัจฉริยะ” อย่างมากด้วยสีสัน

ยิ่งเมื่อมีการถ่ายโยงไปยัง นายรังสิมันต์ โรม ยิ่งน่าตื่นเต้น

อย่าได้แปลกใจ พลันที่มีข่าว “ตำรวจ” อาสาเข้าไปบริการ “นักท่องเที่ยว” จากสนามบินสุวรรณภูมิ จึงถูกต่อสายไปยัง “ธุรกิจสีเทา” โดยอัตโนมัติ

“ธุรกิจสีเทา” ทำท่าว่าไม่จบง่ายๆ แน่นอน

อะไรคือเหตุปัจจัยทำให้สถานการณ์ “ธุรกิจสีเทา” ขยายในแบบหาจุดจบไม่ได้

คำตอบ 1 เพราะว่า “ธุรกิจสีเทา” มิได้มีสายสัมพันธ์กับเครือข่ายของ “ตำรวจ” และเครือข่ายของ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” และเครือข่ายของ “ทหาร”

หากแต่คำตอบ 1 ปรากฏตัวละครเป็น “นักการเมือง”

ทั้งเป็นนักการเมือง “สีเทา” ที่โลดเต้นและมีบทบาทเป็นอย่างสูง ทั้งเป็น “เครือข่าย” สายสัมพันธ์กับเครือญาติของนักการเมืองและทหาร

ตั้งแต่ “บ่อนการพนัน” ไปจนถึง “ยาเสพติด”

ยิ่งเข้าสู่ “โหมด” แห่งการเลือกตั้ง ยิ่งทำให้ “ธุรกิจสีเทา” มากด้วยความเพริศแพร้วพรรณราย

การปรากฏชื่อของ “ตู้ห่าว”เป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้กับพรรคการเมืองอันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็มากด้วยสีสันอย่างยิ่งอยู่แล้ว

นี่ยังโยงไปยัง “หลาน” ของ “นายทหาร” ใหญ่

ขณะที่เรื่องของ “ตู้ห่าว” ยังคาราคาซัง พลันก็ปรากฏข่าวการหวนกลับมาของ “สถานอบอาบนวด” ในระดับโอ่อ่าอลังการขึ้นอย่างน้อยก็ 2 แห่ง

มั่นใจอย่างยิ่งว่าเป็นเงินของ “ธุรกิจสีเทา”

ไม่ว่าข้อมูลจาก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไม่ว่าข้อมูลจาก “ทนายอิสระ” ผู้มากด้วยเครือข่าย

มิได้เป็นข้อมูลในแบบตระเวน “เลียบค่าย” ตรงกันข้าม เป็นข้อมูลจาก “ภายใน” ระดับปฐมภูมิ ไม่เพียงเป็น “เอกสาร” หากแต่ยังเป็น “คลิป”

สะท้อนว่าความขัดแย้ง “ภายใน” ร้อนแรงยิ่งกว่าระอุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน