ปี 2566 TK Park ยังคงเดินหน้าสานต่อการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ มาตอบโจทย์พื้นที่การเรียนรู้ที่ผู้คนในสังคมต้องการ จึงได้ลงทุนเพิ่มในเรื่องนวัตกรรมระบบโครงข่ายเชื่อมโยงข้อมูล บิ๊กดาต้า ของทีเคปาร์ค ทั่วประเทศ รวมทั้งยังเกิดการสร้างบูรณาการเป็นหนึ่งเดียวของทีเคปาร์คที่มีอยู่ทั่วประเทศ ด้วยแพลตฟอร์ม “ห้องสมุดเดียว” เพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกสามารถยืม-คืนหนังสือข้ามห้องสมุดได้ โดยเฉพาะผู้ใช้บริการที่อยู่ในต่างจังหวัด สามารถยืมหนังสือจากกรุงเทพฯ และผู้ใช้บริการที่กรุงเทพฯ ก็ยืมหนังสือจากทีเคปาร์ค ในต่างจังหวัดได้ผ่านระบบตะกร้ากลางควบคู่กับบริการ บุ๊ค เดลิเวอรี่ ที่ส่งและคืนหนังสือได้ตลอดเวลา
นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า กลยุทธ์ที่ทีเคปาร์คปักธงให้ความสำคัญในปีนี้คือ

1.เดินหน้าขยายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรุงเทพ มหานคร, ทรู ดิจิทัลพาร์ค และกลุ่มหอการค้า (YEC) และเอกชนอีกหลายราย ร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้บรรลุเป้าหมายเร็วขึ้น
“ต้นเดือนก.พ.นี้ จะเปิดบริการทีเคปาร์คสาขาใหม่ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค เวสต์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงานและโครงการธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนชุมชนเทคโนโลยีและสตาร์ตอัพแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท นับเป็นครั้งแรกของการเปิดสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปีนี้ เตรียมพร้อมเปิดทีเคปาร์คที่สวนสาธารณะเกาะลำพู ในตัวเมือง จ.สุราษฎร์ธานี และทีเคปาร์คในเขตเทศบาลเมือง จ.พะเยา รวมถึงการผลักดันให้เกิดเมืองแห่งการเรียนรู้ หรือเลิร์นนิ่ง ซิตี้ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางยูเนสโก ที่ทีเคปาร์คจะร่วมผลักดันกับเครือข่ายในทุกจังหวัด เพื่อส่งเสริมให้ทุกที่เข้าร่วมเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ให้สำเร็จ” ผอ.กิตติรัตน์กล่าว

2.การขยายพื้นที่การเรียนรู้ จากนี้ทีเคปาร์คจะยิ่งรุกหน้าเข้าหาประชาชนให้มากขึ้น นอกเหนือจากผ่านช่องทางการสื่อสารในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ครอบคลุมแล้ว ช่วงกลางปีนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการ ตู้ยืมหนังสืออัตโนมัติ ที่มีหนังสือพร้อมให้บริการ 300 เล่ม ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอยู่ในพื้นที่ๆ ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
และ 3.ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการในทุกกลุ่ม โดยการพัฒนากลุ่มเป้าหมายของโครงการไปสู่กลุ่มคนทำงาน ที่อยากจะพัฒนาทักษะด้านต่างๆ หรือการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ การต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ หรือเสริมเรื่องดีไซน์ ธิงกิ้ง กลุ่มคนวัยเกษียณ ที่ต้องการแนะแนวเส้นทางการใช้ชีวิตและการพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ

นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์ยังกล่าวเสริมถึงทิศทางต่อไปของทีเคปาร์ค ว่า ปัจจุบันกระแสแชร์ริ่ง อีโคโนมี กำลังมาแรง โดยเฉพาะในต่างประเทศได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทีเคปาร์คได้คิดนำระบบการแชร์หนังสืออ่านด้วยกันมาใช้ รวมถึงการให้ยืม “ของเล่น” ที่เหมาะกับเด็กในช่วงวัยต่างๆ โดยที่ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องซื้อ เป็นการเดินหน้าสู่คอนเซ็ปต์ เปลี่ยนห้องสมุดจากพับลิก สเปซ ให้เป็น พีเพิล สเปซ คือ ถ้าอยากให้ห้องสมุดเป็นที่ต้องการของผู้คน เราก็ต้องทำตัวให้เกี่ยวข้องกับความต้องการของผู้คนมากขึ้น ต้องตอบโจทย์กับสิ่งที่คนสนใจให้ได้ และคิดต่อยอด

“ปัจจุบันแนวโน้มคนเราเริ่มรู้เส้นทางการเรียนรู้ที่เขาอยากจะเป็นเพิ่มมากขึ้น ทีเคปาร์คจึงนับเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงการ เรียนรู้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคมได้อย่างแท้จริง” ผอ.กิตติรัตน์กล่าวอย่างมุ่งมั่น