วันที่ 1 ก.พ. นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคอีสาน กล่าวถึงกระแสตอบรับหลังเปิดตัวผู้สมัครส.ส.อีสาน 99 คน ว่า กระแสตอบรับดี ยิ่งเปิดตัวผู้สมัครไปก็มีคนมาสมัครเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เพราะยังไม่ได้เปิดตัวผู้สมัครอีก 4 จังหวัด คือ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด เนื่องจากทั้ง 4 จังหวัด รอนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร แต่ตัว ผู้สมัครมีครบหมดแล้ว

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนว่าที่ผู้สมัครที่เปิดตัวไปแล้วมีความมั่นใจ เดินลงพื้นที่ขะมักเขม้น ขณะเดียวกันคนอื่นที่มาเสนอตัว แต่ยังไม่ได้รับการเปิดตัวในเขตนั้นก็สามารถเดินหาเสียงได้ และถ้าทำให้เห็นว่ามีศักยภาพเพียงพอ พรรคก็พร้อมจะลงไปทำโพลและพิจารณาใหม่ ถ้าคนที่เปิดตัวไปแล้วไม่ทำพื้นที่ก็ต้องพิจารณาใหม่จนวินาทีสุดท้าย แต่หากมีการยุบสภาวันนี้พรุ่งนี้เราก็พร้อมส่ง ผู้สมัครส.ส.อีสานทั้ง 132 เขตทันที

ไชยยศ จิรเมธากร

นายไชยยศ กล่าวว่า สำหรับนโยบายเฉพาะภาคอีสานยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ เช่น การคมนาคม การท่องเที่ยว การส่งเสริม ซอฟต์เพาเวอร์ การเชื่อมต่อสินค้าการเกษตร การส่งเสริมให้อีสานเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม การพัฒนาระบบแหล่งน้ำ โดยสานต่อโครงการโขง-ชี-มูล ซึ่งเป็นนโยบายเก่าของพรรค แต่ต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับปัจจุบันเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงวัฒนธรรมท่องเที่ยว เรื่องอาหาร ทำอย่างไรให้อาหารอีสานไปสู่ระดับโลกได้ เช่น ส้มตำ อย่างไรก็ตามนโยบายที่พรรคออกมาแล้วและโดนใจชาวอีสาน เช่น นโยบายเกษตรกรปลูกข้าว ชาวนาได้รับเงิน 3 หมื่นบาทต่อ 1 ครัวเรือน

เมื่อถามว่าแสดงว่ามีความมั่นใจที่จะได้ ส.ส.อีสานเพิ่มขึ้นจากเดิม นายไชยยศกล่าวว่า ไม่กล้าคุยคำโต แต่เราเชื่อว่าจากการเลือกตั้งปี 62 ประชาธิปัตย์มีส.ส. 2 คน ขณะนี้ลาออกไป 1 คน ก็เท่ากับเหลือ ส.ส.อีสานอยู่คนเดียว อย่างไรก็ต้องได้มากกว่านั้น ซึ่งเรามีความหวังและที่มั่นใจอย่างน้อย 10-12 เขตที่มีโอกาส แต่จะพยายามทำให้ได้มากกว่านั้น เช่น ที่ จ.นครราชสีมา อุบลฯ อำนาจเจริญ สกลนคร หรือแม้แต่ที่จ.ขอนแก่น เขต 2 เพราะเรามีคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ ยืนยันบุคลากรที่ส่งลงแข่งคุณสมบัติไม่แพ้ใคร แต่จะได้ตามนั้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ข้างหน้า

เมื่อถามถึงภาพรวมของพรรค นายไชยยศกล่าวว่า ในที่ประชุม ผู้บริหารคณะย่อยคิดว่าทุกเขตที่เราเคยมี ส.ส.เขตในการเลือกตั้งปี 62 เรายืนในเขตไหนต้องเอากลับมาให้ได้ และต้องได้เพิ่มในเขตอื่น “เราไม่กล้าบอกว่าเราจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่เราเชื่อว่าเรามีโอกาสเป็นพรรคอันดับสอง โดยตั้งเป้าต้องได้ส.ส.มากกว่า 52 คนอยู่แล้ว เลขาฯพรรคเอาชีวิตการเมืองเป็นเดิมพัน เราก็ต้องช่วยกันรักษาเลขาฯ พรรคให้เต็มที่”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน