วันที่ 1 ก.พ. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการทำงานช่วงปลายสมัยการประชุมรัฐสภาว่า ขณะนี้เหลืออยู่เพียง 5 สัปดาห์ มีอยู่ 2 เรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และอาจต้องนัดประชุมเพิ่มเติมเป็นพิเศษ คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ซึ่งมีกำหนดการคร่าวๆ ว่าจะใช้วันที่ 15-16 ก.พ. ในการประชุม แต่ตนคิดว่าเวลาอาจเกินไปถึงวันที่ 17 ก.พ. ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้และมีความชอบธรรม รัฐบาลต้องใจกว้าง เพราะถือว่าเป็นโอกาสให้รัฐบาลพูดคุย และแสดงผลงานที่ดำเนินการมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา อีกเรื่องที่คงปฏิเสธไม่ได้แน่นอนคือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ตนคิดว่าก็มีความจำเป็นที่ต้องนัดประชุมเพิ่มเติม เป็นไฟต์บังคับที่จะต้องมีการนัดประชุมเพิ่มเติม
คาดเดาได้ยากมากที่สุดในขณะนี้คือกฎหมายที่ยังค้างการพิจารณาอีก 3 ฉบับที่เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ.., ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต และร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม โอกาสที่จะพิจารณาให้แล้วเสร็จแทบเป็นไปไม่ได้ พรรคฝ่ายค้านมีความพยายามเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ หากรายงานของ กมธ. รายงานของส่วนราชการจบสิ้นแล้ว ขอพิจารณาพ.ร.บ.คู่ชีวิต และสมรสเท่าเทียม แยกกัน แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องเลย
สิ่งที่เราคุมไม่ได้คือการลาออก และการย้ายพรรคของส.ส.ในพรรคต่างๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดเรื่ององค์ประชุม คงต้องมีการมาตรวจสอบกันวันต่อวันว่าการประชุมแต่ละครั้งองค์ประชุมเหลือเท่าไร ในส่วนของพรรคก้าวไกลจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และขอเรียกร้องว่าหากสมาชิกอยากกลับมาเป็นผู้แทนราษฎร เหมือนที่เคยบอกว่าอยากเข้ามารับใช้ประชาชน ไม่ว่าเวลาจะเหลืออีกเท่าไรก็อยากให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แม้ว่าความเป็นจริงคาดหวังยาก แต่คงจะต้องประเมินกันวันต่อวัน