ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศหรือศกพ. ยกระดับมาตรการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนหรือ PM2.5 หลังตรวจวัดค่าได้ระหว่าง 17-158 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ลบ.ม.)
สำหรับค่ามาตรฐานของคุณภาพอากาศต้องไม่เกิน 50 มคก.ลบ.ม. แต่ที่วัดได้ล่าสุดอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีพื้นที่สีแดงรวม 70 พื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน
ขณะที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีค่าฝุ่นสูงอย่างน่าอันตรายมากๆ เพราะสภาพอากาศปิด ลมสงบ การจราจรติดขัด การก่อสร้าง และอื่นๆ ที่ส่งผลให้ฝุ่นสะสมตัวหนาแน่นมากขึ้น
จึงได้แจ้งเตือนให้กลุ่มเสี่ยงให้ระมัด ระวัง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก เมื่อออกนอกเคหสถานหรือเดินทางไปในสถานที่ที่มีฝุ่นหนาแน่น
สำหรับมาตรการการรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมบูรณาการกับกรุงเทพมหานคร และมีข้อสรุปเป็นมาตรการให้ปฏิบัติตามบ้างแล้ว
ให้หน่วยงานราชการยกเว้นส่วนที่ให้บริการประชาชน ขอความร่วมมือให้ทำงานจากที่บ้าน พร้อมกับให้ผู้อำนวยการเขตต่างๆ ประสานกับเอกชนในพื้นที่ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ ขอความร่วมมือให้พนักงานทำงานจากที่บ้านด้วยเช่นกัน
โรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งยังต้องจัดการเรียนการสอนอยู่ เนื่องจากจะต้องเตรียมสอบวัดผลอื่นๆ จะยังไม่ประกาศปิด แต่ให้งดทำกิจกรรมในพื้นที่โล่งแจ้ง
เบื้องต้นจะใช้มาตรการเพียงขอความร่วมมือเท่านั้น แต่หากค่าฝุ่นอยู่ในระดับ 4 (ค่าฝุ่นมากกว่า 75 มคก./ลบ.ม.) ติดต่อกันเกิน 3 วัน กรุงเทพมหานครอาจสั่งยกระดับมาตรการเพิ่มได้
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กทั่วประเทศนั้น ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 43-119 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 57-158 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 48-110 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 40-79 มคก./ลบ.ม. ขณะที่ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 17-28 มคก./ลบ.ม.
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดการณ์ว่าจะมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นในวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและปิด