พระพุทธเจ้าพยากรณ์โลก!
ฝึกจิต
คนเป็นจำนวนมากในยุคนี้ เชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นอิสระ ภูมิใจในความคิดแหวกแนว ไม่ถูกผูกพันด้วยลัทธิความเชื่อ ชิงชังความงมงาย ไม่ปฏิญาณตนขึ้นกับศาสนาใด โดยที่คนเหล่านี้กลับไม่เคยเฉลียวใจแม้แต่น้อยว่า ที่หลงสำคัญผิดคิดว่ามีความเป็นอิสระในตนเองนั้น แท้จริงกลับยังตกเป็นทาสของอำนาจกิเลสตัณหาชนิดหาทางออกไม่เจอ คลำทางไม่ถูก ทั้งคิด พูด ทำ ก็ล้วนแต่ถูกสนตะพายไปตาม ‘ความอยาก’ จนนำไปสู่ความเสื่อมทรามทางด้านจิตใจและสังคม
เพราะโลกทั้งใบกำลังเต็มไปด้วยเครื่องล่อ เต็มไปด้วยกับดักหลุมดำ ที่ดึงดูดผู้คนให้ไหลลงสู่ที่ต่ำ ทั้ง พิษภัยจากเศรษฐกิจ บรรยากาศที่ระอุรุนแรงทางการเมือง สงครามอาชญากรรมการเข่นฆ่า สื่อลามกอนาจารเกลื่อนกลาด การแก่งแย่งแข่งกันจนมนุษย์ มุ่งทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง ลูกขาดความกตัญญู เด็กไม่เคารพต่อผู้หลักผู้ใหญ่ มีท้องก่อนวัยอันควร ฯลฯ ทั้งๆ ที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าไปอย่าง ไม่หยุดยั้ง แต่คนในโลกกลับมีความสุขน้อยลง ปลอดภัยน้อยลง มีปัญหาในการดำรงชีวิตมากขึ้น ซึ่งวิกฤตการณ์เหล่านี้ ถ้าสืบค้นที่มาก็จะพบว่าล้วนแต่เกิดขึ้นจาก จุดเริ่มต้นเล็กๆ คือ “ความอยาก” อันปราศจากการควบคุมด้วยศีลธรรมนั้นเอง
สภาพความเป็นไปของสังคมในปัจจุบันนี้ ทำให้นึกย้อนกลับไปสู่ ‘พุทธทำนาย’ ของพระพุทธเจ้า ที่ทรงมีพยากรณ์ไว้ 16 ประการ ผ่านความฝันของพระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นใหญ่ในยุคนั้น เช่น
ประการแรก ทรงฝันว่า มีวัว 4 ตัว ตั้งท่าคิดจะชนกัน พากันวิ่งตาลีตาเหลือกมาจากทั้ง 4 ทิศ ชาวบ้านมารอดู วัวทั้ง 4 ต่างส่งเสียงคำรามลั่น แต่แล้วก็ต่างถอยออกไปไม่ชนกัน : ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงทำนายว่า ในอนาคต เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสื่อม มนุษย์จะไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล น้ำจะแล้ง ทุพภิกขภัยจักเกิดขึ้น คล้ายเมฆตั้งเค้าจะมีฝน ฟ้าร้องกระหึ่ม แต่แล้วฝนก็ไม่ตก กลับเลยหายไป เหมือนวัวตั้งท่าจะชนกัน แต่ไม่ชนกัน
ทรงฝันว่า ต้นไม้เล็กๆ ที่โตได้เพียงคืบบ้าง ศอกบ้าง กลับออกดอกออกผลแล้ว : พระพุทธองค์ทรงทำนายว่า ต่อไปเมื่อโลกเสื่อม มนุษย์แม้จะมีอายุเยาว์ มีวัยยังไม่สมบูรณ์ ก็จะมีราคะกล้า และสมสู่กันตั้งแต่อายุน้อย ทำให้มีลูกตั้งแต่เด็ก เหมือนต้นไม้เล็กๆ แต่ก็ออกดอกออกผลแล้ว
บางประการ ทรงฝันเห็น แม่วัวตัวใหญ่ กลับพากันดื่มนมของฝูงลูกโคที่เพิ่งเกิด : ทรงทำนายว่า ต่อไปในอนาคตการเคารพนบนอบผู้ใหญ่ หรือ การอ่อนน้อมถ่อมตนก็เสื่อมถอย พ่อแม่คนเฒ่าคนแก่เมื่อหมดแรงที่พึ่งตัวเอง หาเลี้ยงตนไม่ได้ ก็ต้องประจบเอาใจเด็กๆ ดังที่แม่วัวต้องกินนมลูกฉะนั้น
หรือ ประการสุดท้าย ทรงฝันว่า ฝูงแกะพากันไล่กวดและกัดกินฝูงเสือ ทำให้เสืออื่นๆ สะดุ้งกลัว จนต้องหนีไปแอบซ่อนตัวจากฝูงแกะ : ทรงทำนายว่า ต่อไปในภายหน้า คนชั่วจะเรืองอำนาจ และใช้อำนาจอันไม่เป็นธรรม ข่มเหงคนดี ทำให้คนดีถูกทำร้าย ไม่ได้รับความเป็นธรรม จนต้องหลบหนีไปซ่อนตัวจากภัยร้าย เหมือนเสือซ่อนตัวจากแกะ
พุทธทำนาย 16 ประการ ที่หยิบยกมาเพียงบางส่วนนี้ ถือเป็นมรดกที่พระศาสดาได้ฝากไว้ เป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้เกิดความประมาท เมื่อใจคนห่างธรรม ยึดความอยากเป็นใหญ่ สติปัญญาและความรู้ความสามารถใดๆ ก็ไร้ค่า เพราะความคิดอ่านทั้งหมดจะถูกนำมาปรนเปรอความหน้ามืดตามัวให้ยิ่งถลำลึก จนเป็นเหตุให้สังคมวิปริต ผู้คนเอารัดเอาเปรียบกัน ทำลายสิ่งแวดล้อม กอบโกยไปบำรุงบำเรอกิเลสตัวเอง โดยขาดความรัก ความเมตตาต่อกัน ทำให้ธรรมชาติวิบัติแปรปรวนจนทุกคนในโลกต้องรับผลกระทบกันไปตามๆ กัน
ดังนั้น การพาตัวให้รอดจากความวุ่นวายของโลก คือ การเรียนรู้และลงมือปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา เมื่อใดได้ศึกษาจนเกิดสภาวะ “รู้เห็นตามจริง” ว่าอย่างใดเป็นกุศล มีธรรมชาติสว่างรุ่งเรือง เป็นไปเพื่อความสุขสบาย แบบไหนคืออกุศล มีธรรมชาติด้านมืด หดหู่เศร้าหมอง เป็นไปเพื่อความทุกข์ร้อน จึงจะสามารถรู้จักอิสระที่แท้จริง และดึงตัวเองออกจากหลุมดำต่างๆ ที่ติดอยู่ได้ทีละเปลาะ จนที่สุดสามารถชำระล้างความสกปรกทั้งปวง เข้าถึงจุดสูงสุดอันเป็นยอดแห่งความสุข ที่ปราศจากโทษภัยใดๆ อย่างถาวร
“พระพุทธศาสนา” เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เป็นทางรอดที่ยังหลงเหลืออยู่และจับต้องได้ เพียงรอว่าเราจะ “เอาจริง” เมื่อไหร่ ก่อนที่จะสายเกินไปเท่านั้น
พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐