“ผมต้องชิงลงมือก่อน เขาก็จะฆ่าผมทิ้งหลายครั้งแล้ว ถ้าไม่ทำก็ตายเอง” ข้ออ้างในการก่อเหตุของหลานชายโหดที่ลงมือฆ่าอาแท้ๆ ของตน ซึ่งขัดแย้งกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
เรื่องราวสยองถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 30 ม.ค. 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งจากกู้ภัยอุทัยธานีว่ามีคนนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณทางลูกรังเข้าบ้านเลขที่ 69 หมู่ 6 ต.ป่าอ้อ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พ.ต.ท.สาคร กันภัย สว.สส.สภ.ลานสัก พ.ต.ท.สุเทพ ทองเกล็ด พิสูจน์หลักฐานอุทัยธานี ร.ต.อ.เอกชลิต หนุนพงษ์ ร้อยเวร สภ.ลานสัก แพทย์เวร โรงพยาบาลลานสัก พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวน จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ

ตร.ตรวจที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบศพนายธนูศิลป์ แก้วเกษการณ์ อายุ 54 ปี ถูกจยย.ทะเบียน กมม 822 อุทัยธานี ทับขาขวา ตรวจสอบรอบตัวผู้ตายมีด้ามเสียมหักเปรอะเปื้อนเลือด มีดปลายแหลม ฝักมีด ไฟฉายคาดหัวของผู้ตายตกอยู่ ตรวจสอบพบผู้ตายถูกตีด้วยด้ามเสียมที่ใบหน้าด้านซ้ายจนเละ กะโหลกศีรษะแตก ฟันหัก สมองและเลือดกระจัดกระจายเต็มไปทั่วบริเวณนั้น
ในที่เกิดเหตุยังพบนายชัยเชษฐ์ แก้วเกษการณ์ อายุ 40 ปี หลานของผู้ตายซึ่งเป็นผู้แจ้งเหตุยืนอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ในมือยังถือ เหล้าขาวไว้อีกหนึ่งขวด มีเลือดกระเซ็นเต็มทั้งที่ใบหน้าและเสื้อผ้า
จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า บ้านของผู้ตายอยู่ด้วยกัน 3 คน โดยมีนายกี แก้วเกษการณ์ เป็นพ่อ ซึ่งป่วยเป็นผู้พิการ นายสโมสร หรือ โม นั้นเป็นลูกชายคนโต และผู้ตายนายธนูศิลป์เป็นลูกชายคนเล็ก และเลี้ยงดูพ่อ โดยแยกตัวไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กัน

หลักฐานที่พบ
ส่วนนายสโมสร ลูกชายคนโตนั้นมีลูกชายอยู่ด้วยคนหนึ่งชื่อ นายชัยเชษฐ์ หรือ บ๊อบ ซึ่งไม่ประกอบอาชีพอะไร โดยเวลาเมามาก็มีปากเสียงทะเลาะกับผู้ตายเป็นประจำ ซึ่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก็เช่นกัน มีปากเสียงกัน
ขณะที่นายกี ผู้เป็นพ่อที่ป่วยเป็นผู้พิการ เมื่อรู้ว่าลูกชายที่คอยเลี้ยงดูตัวเองเสียชีวิตไปเแล้วก็ได้แต่กล่าวอย่างเสียใจว่า “แล้วกูจะอยู่กลับใคร”
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนควบคุมตัวนายชัยเชษฐ์ หลานของผู้ตายมาสอบปากคำไม่นานเจ้าตัวก็รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทุบอาตนเอง สาเหตุเพราะเมา
นายชัยเชษฐ์ หรือ บ๊อบ สารภาพว่าเมื่อช่วงตอนเย็นตนมีปากเสียงกับผู้ตายจนชกต่อยกันภายในบ้าน หลังจากนั้นผู้ตายก็ได้ขับรถจยย.ออกไปนอกบ้านด้วยความมึนเมาและเคียดแค้นที่สะสมมานาน จึงเตรียมการหาด้ามเสียมที่เหมาะกับมือมานั่งรอผู้ตายที่แคร่ หน้าบ้าน และได้นั่งดื่มเหล้ารอจนประมาณ 3 ทุ่มเศษ ผู้ตายขับรถจยย.เข้ามาบ้าน จึงหยิบด้ามเสียมเดินสวนทางออกไป

นายชัยเชษฐ์ แก้วเกษการณ์ หลานโหด
หลานชายเล่านาทีสังหารโหดว่า พอถึงใกล้ระยะตนใช้ด้ามไม้หวดตีเข้าไปที่หน้าของผู้ตาย ทำให้รถ จยย.ของผู้ตายเสียหลักล้มลงข้างถนน จึงใช้ด้ามเสียมกระหน่ำตีผู้ตายอีก 3 ครั้ง หลังจากนั้นด้วยความมืดคิดว่าผู้ตายคงจะสลบไปเท่านั้น จึงขี่รถจยย.ไปที่ โรงพยาบาลลานสัก แจ้งทาง ร.พ.ว่ามีคนล้มนอนอยู่ที่ริมถนน หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลก็แจ้งไปยังกู้ภัย (จุดลานสัก) ให้ไปรับ ผู้บาดเจ็บ แต่พอกู้ภัยมาถึงจึงทราบว่าอาเสียชีวิตแล้ว
นายชัยเชษฐ์อ้างว่าผู้ตายเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน โดยต่อยตนเองจนหน้าตาแตกหลายครั้งหลายหนและขู่ตนว่าจะฆ่าทิ้งหลายครั้งแล้ว ด้วยความเจ็บใจที่สะสมมานานจึงชิงลงมือฆ่าก่อน ซึ่งตนไม่ไปข้อขมาศพผู้ตายเด็ดขาด ยังไงเขาก็ฆ่าตน

ทำแผนฯ นาทีสังหาร
ส่วนทางด้านเพื่อนผู้ตายให้ข้อมูลอีกด้านว่า ก่อนที่ผู้ตายจะกลับเข้ามาที่บ้านแล้วเสียชีวิตไปนั่งคุยกับตนเองก่อนที่ลานตากมัน จากนั้นก็นัดกันว่าจะออกไปดักหนูกันเวลาประมาณ 3 ทุ่ม โดยผู้ตายบอกว่ากลับไปทำกับข้าวให้พ่อกินก่อน จึงแยกย้ายกันแล้วมาเจอกัน 3 ทุ่ม จน 3 ทุ่มผู้ตายก็ไม่ออกมา หลังจากนั้นมาทราบจากโทรศัพท์ว่าเสียชีวิตแล้ว
ด้านเพื่อนบ้านอีกรายซึ่งทำงานกับผู้ตายเป็นประจำ และเมื่อวานเห็นผู้ตายมีปากเสียงกับหลานชาย เกี่ยวกับผลประโยชน์การขุด หัวมันสำปะหลังออกจากไร่ หลังจากนั้นก็มาเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่ง ผู้ตายเป็นผู้ที่ทำงานในบ้านทั้งหมด และรับใช้หนี้ธ.ก.ส.ให้พ่อที่ยังเป็นหนี้จำนวน 2 แสนบาทและเป็นผู้เลี้ยงดูพ่อที่พิการ จึงเป็นที่น่าสงสารของชาวบ้าน ส่วนผู้ต้องหานั้นไม่ประกอบอาชีพอะไร เวลาไปรับจ้างได้เงินมาก็มาซื้อเหล้ากินหมด
วันรุ่งขึ้นตำรวจคุมตัวนายชัยเชษฐ์ หลานโหดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามโทษานุโทษที่ก่อขึ้น
พชร พัสกุล
เรื่อง/ภาพ