แสนสิริ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประมวลความสำเร็จปีแรกของโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” มอบความช่วยเหลือเด็กจังหวัดราชบุรีให้อยู่ในระบบการศึกษารวม 907 คน ตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมรุกสู่เป้าสูงสุด เด็กจังหวัดราชบุรีหลุดนอกระบบต้องเป็น “ศูนย์” ใน 3 ปี

นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff การตลาดดิจิตอลและสื่อสารองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ในปีที่ 1 เป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ โดยแสนสิริทำงานกับ กสศ.อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามผลงาน ร่วมประสานกลไกท้องถิ่นและพื้นที่ ระดมความร่วมมือค้นหาและช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาได้เดินหน้าเรียนต่อ รวมทั้งติดตามเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทยและสร้างแรงกระเพื่อมในกลุ่มพนักงาน พันธมิตร ลูกบ้านแสนสิริและสังคม

“แสนสิริมีส่วนร่วมช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย สร้างแรงกระเพื่อมในกลุ่มพนักงานและลูกบ้านแสนสิริ ผ่านการจัดกิจกรรมตลอด ทั้งปี ตั้งแต่การรับบริจาคหนังสือจากพนักงานและลูกบ้านแสนสิริได้กว่า 2,500 เล่ม พร้อมยกทัพพนักงานแสนสิริและพนักงานสีทีโอเอลงพื้นที่ซ่อมแซมห้องสมุดให้โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง ตลอดจนบริจาคคอมพิวเตอร์สภาพดีจากแสนสิริให้โรงเรียน 15 แห่งในอำเภอสวนผึ้ง และจัดกิจกรรมแนะแนวอาชีพให้นักเรียนใน 5 โรงเรียน รวมจำนวน 80 คน รวมทั้งจัดกิจกรรม Giving Mission ภารกิจบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันเด็กในโรงเรียนในอำเภอสวนผึ้ง โดยมีพนักงานและลูกบ้านแสนสิริร่วมบริจาคใน 1 เดือน รวมกว่า 263,000 บาท และล่าสุดสนับสนุนให้น้องๆ เสริมสร้างประสบการณ์และทักษะอาชีพด้วยการเข้าร่วมจัดบูธขายอาหารและเครื่องดื่มในเเทศกาลดนตรีแห่งความสุข Season of Love Song ครั้งที่ 12 ในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี” นายสมัชชากล่าว

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ในปี 2565 เราคิกออฟโครงการกับกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ที่มีปัจจัยสนับสนุน เช่น อำเภอสวนผึ้ง อำเภอจอมบึง และอำเภอบ้านคา มอบความช่วยเหลือเด็กจังหวัดราชบุรีให้อยู่ในระบบการศึกษารวม 907 คน นอกจากนี้ทาง กสศ.ประสบความสำเร็จในการวางแผนโรดแม็ป ระยะ 3 ปี รวมทั้งวางกลไกบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนงานผ่านกลไกพื้นที่การศึกษาที่จะ ส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในพื้นที่ในระยะยาว เกิดระบบเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อระหว่างโรงเรียนกับสถานศึกษาสายอาชีพ เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาในระดับสูง ซึ่งไม่เพียงเด็กรุ่นปัจจุบันเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์ แต่จะส่งผลกระทบยั่งยืนต่อเด็กรุ่น สู่รุ่น ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือจัดสรรทุนการศึกษาให้เด็กเสี่ยงหลุดจากระบบ ครอบคลุมเด็กในช่วงชั้นรอยต่อ (ป.6 และ ม.3) และเด็กที่อยู่ในภาวะวิกฤตทางการศึกษาให้ยังคงอยู่ในระบบ รวมทั้งการจัดตั้งโครงการพัฒนาการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตเพื่อเด็กนอกระบบ และโครงการ 3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี นวัตกรรมกลไกอาสาสมัคร (อสม. อพม. อสศ.) ลงพื้นที่ฟื้นฟูดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทุกมิติทั้งสุขภาพกาย ใจ การคุ้มครองทางสังคม และโอกาสทางการศึกษา

“ในปี 2566 โครงการ Zero Dropout มุ่งเน้นขยายการทำงานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและทุกพื้นที่ในจังหวัด และเตรียมต่อยอดความช่วยเหลือสู่เด็กนอกระบบ อาทิ การวางหลักสูตร 1 โรงเรียน 3 ระบบ เติมเต็มวิชาการ วิชาชีพ วิชาชีวิต ‘โมเดลพื้นที่ชีวิตเด็กนอกระบบราชบุรี’ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดให้เด็กจังหวัดราชบุรีหลุดนอกระบบการศึกษาต้องเป็น ‘ศูนย์’ ภายใน 3 ปีตามเป้าหมายที่วางไว้” นายสมัชชากล่าวสรุป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน