สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เตรียมปรับขึ้นราคา อาหารและเครื่องดื่ม 9-12% เนื่องจากต้นทุนค่าไฟฟ้าปรับสูงขึ้น คาดปีนี้รัฐบาลจะขึ้นค่าไฟต่อเนื่อง- อ้อน กนง. ชะลอขึ้นดอกเบี้ยประคองเอสเอ็มอีฟื้นหลังโควิดคลี่คลาย

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมอาหารกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม ที่มีการใช้ไฟฟ้ามาก มีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น 15-25% จากกรณีที่รัฐบาลประกาศปรับขึ้นค่าเอฟที ดังนั้น ผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าอีก 9-12% เพื่อบรรเทาภาระความเดือดร้อน สำหรับสินค้าที่คาดว่าอาจจะต้องมีการปรับขึ้นราคา ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม อาหารที่ใช้ความเย็นในการผลิตหรือเก็บรักษา เช่น กลุ่มอาหารแช่แข็ง และเครื่องดื่มแช่เย็น เป็นต้น

ทั้งนี้ สมาคมคาดว่าอัตราค่าไฟฟ้าของไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอีกในปี 2566 ตามทิศทางต้นทุนก๊าซธรรมชาติ โดยทั้งปีเฉลี่ยค่าไฟฟ้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.9 บาท/หน่วย เนื่องจากไทยต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจาก ต่างประเทศ (แอลเอ็นจี) ซึ่งมีต้นทุนสูง ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น เป็น 41% ในปี 2566 จาก 39% ในปี 2565

“อุตสาหกรรมอาหารต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ และแก้ปัญหาค่าไฟแพงแบบเร่งด่วน โดยขอให้ภาครัฐช่วยตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ 4.72 บาท/หน่วย และชะลอการ ปรับขึ้นค่าเอฟที เดือน ม.ค.-เม.ย. 2566 ไว้ก่อน รวมทั้ง ปลดล็อกการขอใบ รง.4 เพื่อให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ในโรงงานอุตสาหกรรมได้เร็วขึ้น และสนับสนุนให้เอกชน ลงทุนผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังงานสะอาด โดยลดภาษี นำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์ และสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในการลงทุนเพื่อแก้ปัญหาค่าไฟแพง ที่ต้นตอ”

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งผลกระทบซ้ำเติมผู้ผลิตอาหาร เอสเอ็มอีที่มีการกู้ยืมเงินมาลงทุนเพื่อฟื้นฟูธุรกิจหลังเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ดังนั้น กนง.ควรชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน เพื่อช่วยประคองเอสเอ็มอีให้เติบโตได้อย่างต่อเนือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน