เมื่อวันที่ 5 ก.พ. เอเอฟพีรายงานว่าเครื่องบินรบรุ่นเอฟ-22 แร็พเตอร์ ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกายิงขีปนาวุธใส่บอลลูนสัญชาติจีนที่ต้องสงสัยว่าเป็นบอลลูนสอดแนม ส่งผลให้บอลลูนดังกล่าวตกลงที่ชายฝั่งฟากตะวันออกของสหรัฐในมหาสมุทรแอตแลนติก สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้ทางการจีนที่อ้างว่าเป็นบอลลูนไร้คนขับของพลเรือน
แถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนขอแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงและประท้วงการใช้กำลังโจมตีต่ออากาศยานพลเรือนแทนที่จะดำเนินการอย่างสุขุมนุ่มนวล แต่สหรัฐกลับยืนกรานใช้กำลัง ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และว่าทางการจีนจะดำเนินการ พิทักษ์ผลประโยชน์ของบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องและขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตอบโต้ตามความจำเป็นต่อไป
บอลลูนข้างต้นถูกปล่อยให้ลอยอยู่เหนือทวีปอเมริกาเหนือนานหลายวันก่อนที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐจะได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ให้ยิงตกลงมานอกชายฝั่ง รัฐเซาท์ แคโรไลนา ที่ระดับความลึกประมาณ 14 เมตร โดยหน่วยยามฝั่งและกองทัพเรือสหรัฐจะดำเนินการเก็บมาตรวจสอบเพื่อหาความชัดเจนว่าข้อมูลที่บันทึกเป็นข้อมูลใด
พลเอกลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน กล่าวว่า ภารกิจของฝ่ายสหรัฐนั้นเป็นการปฏิบัติที่ชอบธรรมตามกฎหมายและเป็นการตอบโต้อย่างเฉียบขาด ต่อการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของสหรัฐ
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวระดับสูงจากเพนตากอนระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรกโดยเคยมี บอลลูนลักษณะนี้ล่วงละเมิดเข้ามาในน่านฟ้าสหรัฐแล้วอย่างน้อย 3 ครั้งในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่วนกรณีล่าสุดนั้นเพนตากอนได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีไบเดนให้ยิงโดยเร็วที่สุด แต่เกรงว่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนจึงต้องรอให้พ้นชายฝั่ง