ถือเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจที่ เมื่อจับยาเสพติดได้ ต้องรีบสอบสวนขยายผลให้ได้โดยเร็วก่อนที่เครือข่ายค้ายาจะทันได้ไหวตัว

เมื่อเย็นวันที่ 1 ก.พ. 2566 ที่หน้าโรงพักหาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ และ ร.ต.อ.พิชเยศ ชูเมือง หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ หรือ ชุดตะวัน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาผัว-เมียค้ายาบ้ารายสำคัญพร้อมยาบ้าล็อตใหญ่รวม 400,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท และยึดทรัพย์สินได้หลายรายการมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท อาวุธปืน 2 กระบอก ภายหลังปฏิบัติการขยายผลอยู่ถึง 3 วัน 3 คืน

พล.ต.ต.นิตินัย กล่าวถึงรายละเอียดการจับกุมครั้งนี้ว่า ตำรวจ ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ สืบทราบว่า จะมีการขนยาบ้า ล็อตใหญ่จากชายแดนภาคเหนือ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มาส่งลูกค้าที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ จึงสืบหาข้อมูล และเฝ้าติดตามตลอดมา

จนมุมริมถนน

จนกระทั่งเมื่อช่วง 22.30 น. วันที่ 29 ม.ค. พบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 70-7719 ราชบุรี ตามที่สายแจ้งมา ขับมาพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงเฝ้าจับตาดูอยู่จนพบว่าขับออกจากที่พักไปโยนยาบ้าที่ริมถนนสายเอเชียใกล้กับ 4 แยกสนามบินหาดใหญ่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ หักกิ่งไม้ ทิ้งเอาไว้ริมถนนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้คนที่จะมารับยา เจ้าหน้าที่ ที่ขับรถสะกดรอยตามจึงแสดงตัวเข้าจับกุม

ภายในรถพบ นายนพดล เข็มนาค หรือ บ่าว อายุ 41 ปี และ น.ส.เบญจา ปรางทอง หรือ เบญ อายุ 26 ปี ชาว ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมยาบ้าจำนวน 2 กระสอบ รวม 302,000 เม็ด ที่โยนทิ้งเอาไว้ในพงหญ้าข้างทาง

2 ผัวเมียพร้อมของกลาง

แม้จะจำนนด้วยหลักฐานคาตา แต่กว่าจะสอบสวนจน 2 ผัวเมียยอมเปิดปากสารภาพก็ล่วงเลยเข้าวันใหม่ ทั้งคู่ยอมสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดจากเอเยนต์รายใหญ่ในภาคเหนือมาส่งให้กับลูกค้าหลายพื้นที่ในภาคใต้ โดยทำมานานราว 1-2 ปีแล้ว และได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 300,000 บาท โดยใช้วิธีขนมากับรถบรรทุก 6 ล้อ คล้ายกับการวิ่งส่งของให้ลูกค้าทั่วไป เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

ต่อมาวันที่ 30 ม.ค. เจ้าหน้าที่คุมตัวทั้งสองคนไปตรวจค้นที่บ้านพักใน ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก โดยทั้งสองคนให้การว่ายังมียาบ้าอีกบางส่วนเก็บไว้ที่บ้าน จากการตรวจค้นพบยาบ้าอีก 98,000 เม็ด อาวุธปืน 2 กระบอก พร้อมกระสุน พร้อมกันนี้ยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดอีกหลายรายการ ทั้ง รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีดำ 1 คัน รถกระบะอีซูซุ สีขาว 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน รถบรรทุกหกล้อ และบ้านอีก 1 หลัง นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาเปิดโต๊ะสนุ้กฯบังหน้า

จุดซ่อนยาในถังน้ำมัน

จากนั้นวันที่ 31 ม.ค. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวสองผัวเมียพร้อม ของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมตแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

พล.ต.ต.นิตินัยเผยต่อว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นคดีแรกของปีในพื้นที่ ภาค 9 ที่มีการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ ซึ่งจะมีการสอบสวนขยายผลไปยังเอเยนต์ใหญ่ตั้งแต่ต้นทางจนถึงกลุ่มลูกค้าปลายทาง โดยที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนใหญ่จะเป็นจุดพักยา เพื่อรอกระจาย ต่อทั้งในพื้นที่ รวมทั้งจังหวัดชายแดนใต้ และประเทศที่ 3 ซึ่งจะมีการขยายผลจับกุม และยึดทรัพย์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย รอง ผบช.ภ.9 นำแถลง

ขบวนการขนยาเสพติดยังได้หาวิธีการ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเคสนี้ได้มีการดัดแปลงถังน้ำมันเป็นที่ซุกซ่อนยาเสพติด โดยได้ ผ่าท่อนหน้าและหลังของถังน้ำมันเอาไว้เป็นช่องว่างสำหรับใส่ยาเสพติด และจะตีถังเหลือพื้นที่ตรงกลางเอาไว้สำหรับเติมน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ใส่น้ำมันได้น้อยลงกว่ารถปกติ แลกกับการใช้เป็นที่ซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย

จะมีการเสนอชื่อเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ เพื่อออกประกาศเกียรติคุณชื่นชม และรับรางวัล จากความสามารถในการปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธร ภาค 9 และของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของทั้งรัฐบาล และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเค้นสอบทั้งสองคนเพื่อหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ระดับชาติและขยายผลติดตามจับกุมต่อไป

แค่ต้นปีทั่วประเทศก็จับล็อตใหญ่ๆ ได้หลายครั้งแล้ว ดูท่าสถานการณ์ยาเสพติดในบ้านเราคงยังไม่เปลี่ยนแปลง

อนงค์ วงศ์ช่วยเรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน