เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแล กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงเรียกร้องให้ยุบสภาว่า การยุบสภายังไม่ควรเกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ควรเกิดขึ้นหลังจากผ่านการดำเนินการทางการเมืองไปก่อน 2 เรื่องคือ 1.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการแบ่งเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 400 เขตให้เรียบร้อยอย่างถูกต้องและเป็นธรรม เพราะถ้ายุบสภาขณะที่การแบ่งเขตยังไม่เรียบร้อย จะเกิดปัญหาตามมามากมาย คงไม่สามารถเลือกตั้งได้
2.ควรให้มีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 ผ่านพ้นไปก่อน เพื่อให้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่ของตนเองในสภาอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะถ้ายุบสภาก่อนการอภิปราย รัฐบาลอาจถูกกล่าวหาว่า ยุบสภาหนีการอภิปรายได้ ซึ่งจะไม่เกิดผลดีต่อรัฐบาล
จากเหตุผลดังกล่าว เมื่อดูไทม์ไลน์ของการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 และการจัดทำเขตเลือกตั้งของ กกต. ที่ประกาศไว้ว่าน่าจะเรียบร้อยก่อนสิ้นเดือนก.พ.นี้ ดังนั้นการยุบสภาจึงอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความกังวลว่าจะยุบสภาเมื่อไร เพราะพรรคพร้อมเข้าสู่สนามการเลือกตั้งตลอดเวลา
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า หากสภาอยู่ครบอายุ กฎหมายเลือกตั้งกำหนดคุณสมบัติ ผู้สมัครส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรค 90 วัน ก่อนวันเลือกตั้งในกรณีสภาอยู่ครบ 4 ปี มีนักการเมือง 3 ประเภท ที่ต้องตัดสินใจในวันนี้
1.ยังไม่สังกัดพรรคใด รีบสมัครในวันนี้ วันสุดท้าย ยกเว้นลุงยุบสภา ค่อยว่ากันอีกที ตอนนั้นยังย้ายได้อีกรอบ 2.สังกัดพรรคบางพรรคแล้ว อยากเปลี่ยนพรรค รีบเปลี่ยนวันนี้ วันสุดท้าย 3.สังกัดพรรคบางพรรค อยากเปลี่ยนพรรค แต่มีตำแหน่งเป็นส.ส. ยังอาลัยอาวรณ์ตำแหน่ง เงินเดือน สิทธิประโยชน์ และเชื่อว่า ลุงยุบสภาแน่ ก็อยู่ไปเถิด โลงศพมา น้ำตาจะหลั่งเอง