“เขามักจะใช้งานผมหนักและชอบด่าทอเลยจะเข้าไปคุย แต่เหตุการณ์บานปลาย”
คำสารภาพของนายสวาท ศรีราชเหล่า วัย 44 ปี รปภ.สวนลุมพินี หลังจนมุมตำรวจคาห้องพักในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ภายใน ซ.กลับชม แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณลานจอดรถฝั่งประตู 5 สวนลุมพินี ริมถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน

พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี ตรวจที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบร่างนายอารมณ์ บุญนาน อายุ 56 ปี หัวหน้ารปภ. ประจำสวนลุมพินี นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณลานจอดรถ พบบาดแผลถูกของมีคมแทงบริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับนายสวาทลูกน้อง ก่อนถูกอีกฝ่ายชักอาวุธมีดที่พกมากระหน่ำแทงจนล้มลงจมกองเลือดจากนั้นมือมีดขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง-ดำ เลขทะเบียน 7 กฆ 4212 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป

ตร.สอบเพื่อนร่วมงาน
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกระจายกำลังตามล่าตัวทันที พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในโครงการ Smart Safety Zone ประกอบกับกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานเอกชนตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี
เจ้าหน้าที่แกะรอยจนพบว่า นายสวาทขี่รถหนีกลับไปยังห้องพักที่อพาร์ตเมนต์ ซ.กลับชม พ.ต.อ.นิมิตร พร้อมพ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ภราดร สุวรรณรัตน์ สว.สส. พ.ต.ท.ปกป้อง อุไรพันธุ์ สว.สส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตามไปปิดล้อมทันที เพียงเห็นตำรวจจำนวนมากปิดล้อมอยู่ นายสวาทก็ยอมออกมามอบตัวแต่โดยดี

บุกจับทันควันคาห้องพัก
ผู้ต้องหาเปิดปากยอมรับสารภาพว่า เพิ่งก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายอารมณ์จริง โดยหลังจากก่อเหตุได้นำอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ และชุดที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุไปซุกซ่อนไว้ภายใน ห้องพัก ส่วนรถจักรยานยนต์นำไปจอดไว้บริเวณลานจอดรถของอพาร์ตเมนต์ เจ้าหน้าที่ จึงพาไปตรวจค้น พร้อมอายัดไว้เป็นของกลาง
ประกอบด้วย อาวุธมีด ความยาวรวมด้ามประมาณ 33 ซ.ม. 1 เล่ม, เสื้อและกางเกง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สีเขียว 1 ชุด, รองเท้าคอมแบตหนังสีดำ 1 คู่, กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำเงิน 1 ใบ, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง-ดำ เลขทะเบียน 7กฆ 4212 กรุงเทพมหานคร 1 คัน และหมวกนิรภัยชนิดครึ่งใบ สีเทา 1 ใบ
จากนั้นคุมตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สน.ลุมพินีนายสวาทให้การว่า มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคนตายมานาน เพราะอีกฝ่ายมักชอบด่าทอและใช้ให้ทำงานหนักเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุคิดจะเข้าไปคุยกับผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์บานปลายจนเกิดการใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียชีวิตดังกล่าว

จนมุมพร้อมของกลาง
แต่คำให้การของผู้ต้องหาขัดกับภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุซึ่งจับภาพวินาทีโหดไว้ได้อย่างชัดเจน
ภาพที่ปรากฏเป็นจังหวะที่ผู้ตายขี่รถจักรยานผ่านหน้ากล้อง และเป็นช่วงที่นายสวาทกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหา พร้อมชักมีดออกมาจ้วงแทงผู้ตายไม่ยั้ง

นาทีกอเหตุ
เพื่อนร่วมงานและผู้เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าห้ามปรามกันชุลมุน แต่มือมีดรายนี้ยังไม่ยอมหยุดกระหน่ำแทงจนผู้ตายเสียหลักล้มลง พร้อมพยายามลุกขึ้นยกแผงเหล็กทุ่มกลับเพื่อต่อสู้ แต่สุดท้ายหมดแรงล้มลงนอนจมกองเลือด
ส่วนนายสวาทถูกกันตัวออกมาฉวยจังหวะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที นอกจากนั้นการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ บรรดาเพื่อนร่วมงานให้การว่า ผู้ตายเป็นคนทำงานดี แต่มีเรื่องระหองระแหงกับมือมีดเรื่องการทำงานเป็นประจำมานานประมาณ 1-2 ปี
ก่อนเกิดเหตุนายอารมณ์ออกตรวจพื้นที่ ไปพบนายสวาทแอบหลับในเวลางาน จึงถ่ายภาพแล้วโพสต์ลงในไลน์กลุ่มของรปภ.ด้วยกัน เมื่ออีกฝ่ายตื่นมาเห็นคาดโกรธแค้นมาก จึงท้าทายกันผ่านวิทยุสื่อสาร พอไปเจอหน้ากันก็ตะโกนด่ากันเสียงดังลั่นก่อนเกิดเหตุสลด
แม้จะเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่อ้างว่า เป็นเหตุที่บานปลายจากการเข้าไปพูดคุย แต่คงไม่มากพอที่จะแก้ต่างในคดีฆ่าคนตายไปได้
อีกคดีอุทาหรณ์ของเรื่องกระทบกระทั่งกันในหมู่เพื่อน ร่วมงาน สุดท้ายฝ่ายหนึ่งต้องจบชีวิต ส่วนอีกคนต้องไร้อิสรภาพ เพราะกลายเป็นฆาตกร
พิรยุทธ นิ่มนนท์ – เรื่อง/ภาพ