สถานการณ์ #ทานตะวันแบมทำให้เกิด “ตัวละคร” สำคัญหลายคน “ตามมา”

ความสนใจหนึ่งที่มิอาจมองข้ามได้อย่างเด็ดขาด คือ ความสนใจต่อการปรากฏตัวของบิดาและมารดา “ทานตะวัน” และ “แบม”

ไม่ว่าในการ “ยืน หยุด ขัง” ไม่ว่าที่โรงพยาบาล “ธรรมศาสตร์”

ขณะเดียวกัน การออกมาของ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ ของ นายธงชัย วินิจจะกูล ซึ่งมีบทบาทอย่างสูงในทางวิชาการก็ได้รับการจับตา

และรวมไปถึงบทบาทของ “ทนายความ”

แม้ภาพของ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส มิได้เป็นภาพใหม่ แต่คราวนี้น่าติดตาม

ที่ว่ามิได้เป็นภาพใหม่เพราะก่อนหน้านี้ในฐานะ “ทนายสิทธิมนุษยชน” นายกฤษฎางค์ นุตจรัส เคยเป็นทนายความให้กับเหล่า “นักศึกษา” มาหลายรุ่น

ไม่ว่าจะเป็น นายรังสิมันต์ โรม ไม่ว่าจะเป็น ไผ่ ดาวดิน

ยิ่งกว่านั้น เมื่อการเมืองร้อนแรงแม้กระทั่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ต้องใช้บริการของ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส

และที่สุดก็มาถึงสถานการณ์ #ทานตะวันแบม

แท้จริงแล้ว รากฐาน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส สัมพันธ์กับสถานการณ์ที่ร้อนแรง

ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2519 และหลังรัฐประหาร 2549 และปี 2557

ตั้งแต่ยังอยู่ “สวนกุหลาบ” กระทั่งอยู่ “ธรรมศาสตร์”

ยิ่งเมื่อเรียนจบและประกอบอาชีพเป็น “ทนายความ” ก็ยิ่งต้องวนเวียนอยู่กับคดีความในทางการเมืองในฐานะ “ทนายความสิทธิมนุษยชน”

ในที่สุดก็มาร่วมเส้นทางกับ #ทานตะวันแบม

ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส เข้าใจในอรรถคดีอย่างลึกซึ้ง

คำตอบอยู่ที่ประสบการณ์ “ตรง” ในฐานะร่วมต่อสู้ในทางการเมืองตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนกระทั่งเป็นทนายความ

การต่อสู้นั้นเองเคี่ยวกรำ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน