นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เข้าพบตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ แจ้งความดำเนินคดีปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกลั่นแกล้ง ให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา สืบเนื่องจากกรณี สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโครงการปลูกป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สมัยที่นายชัยวัฒน์เป็นหัวหน้า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ยังแจ้งความดำเนินคดีกรรมการอีก 12 นาย ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่เคยชี้มูลคดีเผาบ้านชาวกะเหรี่ยงบางกลอย และคดีนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำชาวบ้าน
ทั้ง 2 กรณีเป็นเรื่องที่ตำรวจต้องไปรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำไปสู่ การดำเนินคดีพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป
สําหรับกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เผาบ้าน ชาวกะเหรี่ยง ก่อนหน้านี้ศาลปกครองมีคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องชดใช้เยียวยาชาวบ้านไปแล้ว ขณะที่ คดีฆาตกรรมนายบิลลี่ ที่นายชัยวัฒน์และพวกตกเป็นจำเลย ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาชั้นศาล
ส่วนกรณีตั้งกรรมการสอบโครงการปลูกป่า แก่งกระจานนั้น อยู่ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริงว่า มีใครเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทุจริต หรือเป็นโครงการที่ถูกต้องตามกระบวนการหรือไม่
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่าแต่เดิมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตั้งกรรมการสอบตั้งแต่ก่อนปี 2561 ก่อนส่งเรื่องมาให้ระดับกระทรวงสอบต่อ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
แต่เนื่องจากยังมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกมาก จึงทำให้ยังไม่สามารถสรุปผลการสอบได้ อาจจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีก เพื่อให้รอบคอบ ครอบคลุม และเป็นธรรม เป็นข้อชี้แจงจากปลัดกระทรวง
ข้อกล่าวหาทุจริตโครงการปลูกป่าแก่งกระจาน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ต้องเร่งรัดสืบสวนข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการระดับสูง เกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ ทั้งของราชการ และประชาชน ตลอดจนเกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชน
ไม่เท่านั้นยังกระทบต่อภาพพจน์ และความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อีกด้วย ที่สำคัญคืออยู่ในความสนใจของสังคมและประชาชนมาอย่างต่อเนื่องหลายปี
ดังนั้น จึงต้องเร่งรัดสอบข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชน