“เขาเป็นคนมีน้ำใจไม่มีพิษภัยกับผู้ใดรวมทั้งรักเพื่อนฝูง รวมทั้งเคยรู้จักคุ้นเคยกับนายวุฒิไกรผู้ก่อเหตุเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยรับราชการเป็นตำรวจเหมือนกัน และเคยโยกย้ายไปทำหน้าที่สลับกันระหว่าง จ.เชียงราย กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้วด้วย เชื่อว่าช่วงเกิดเหตุเขาพยายามวิ่งไล่นายวุฒิไกรไปตามหน้าที่ และเมื่อประชิดตัวได้พยายามเข้าปลุกปล้ำเพื่อจับกุมตัว ไม่ได้คิดจะทำร้าย แต่กลับถูกนายวุฒิไกรชักอาวุธปืนยิงเข้าใส่ถึง 4 นัด ถูกที่ท้องและศีรษะจนเสียชีวิตคาที่ ขณะที่ปืนประจำตัวก็ไม่ได้ชักออกมา ยังเหน็บคาอยู่ที่เอว” บทสรุปของสาเหตุแห่งความสูญเสีย ที่ทางญาติของ ด.ต.เปรม ตั๋นตุ้ย อายุ 41 ปี ผบ.หมู่สืบสวน สภ.เวียงชัย ต่างเห็นตรงกัน
บทสรุปที่ทางผู้บังคับบัญชานำไปถอด บทเรียน พร้อมสั่งการให้ตำรวจทุกนายใช้ความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นขณะเข้าจับกุม ผู้ต้องสงสัยที่เป็นอดีตตำรวจ
ย้อนไปเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ก.พ.2566 พ.ต.อ.จิตรกร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สภ.เวียงชัย นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายยิง ด.ต.เปรม ตั๋นตุ้ย อายุ 41 ปี ผบ.หมู่สืบสวน สภ.เวียงชัย เสียชีวิตระหว่างเข้าจับกุมตัว เหตุเกิดบริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านชัยภูมิ หมู่ 10 ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย
ความสูญเสียดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงชัย เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 49 หมู่ 10 ภายในหมู่บ้านชัยภูมิ ของนายวุฒิไกร เครือสาน อายุ 36 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ นายวุฒิไกรไม่ยอมให้เข้าตรวจค้น และวิ่งหลบหนีออกไปทางทุ่งนา ทำให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามเพื่อจับกุมตัว ด.ต.เปรมไล่ตามทันยังจุด เกิดเหตุ และกอดปล้ำจับกุม แต่ถูกนายวุฒิไกรใช้อาวุธปืนที่พกมาด้วยยิงใส่ กระสุนเข้าลำตัวหลายนัดทำให้เสียชีวิตทันที

ญาติร่ำไห้
พ.ต.อ.จิตรกรเปิดเผยว่า นายวุฒิไกรเป็นอดีตข้าราชการ ตำรวจเก่า เคยปฏิบัติงานอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปัจจุบันออกจากราชการแล้ว มีพฤติกรรมที่พัวพันกับเรื่องของ ยาเสพติดและอาวุธปืน ก่อนการตรวจค้นมีการแจ้งความอาวุธปืนของคนในท้องที่หาย จึงขอหมายศาลเพื่อจะเข้าทำการตรวจค้นบ้านพักที่นาย วุฒิไกรอาศัยอยู่ แต่ขณะจะเข้าตรวจค้น นายวุฒิไกรกลับพยายามหลบหนีจนต้องไล่ตาม ก่อนที่จะก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

จนมุมพร้อมของกลาง
ต่อมาเวลา 16.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.เชียงราย หน่วยอาวุธพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงชัย และ สภ.ใกล้เคียง ตำรวจ ตชด.327 หน่วยสุนัขตำรวจ ตชด.32 ชุดบินตำรวจ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธนธัช น้อยนาค รองผบช.สยศ.ตร.ปฏิบัติราชการ ภ.5 พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย กว่า 100 นาย ปูพรมเข้าตรวจค้นโดยเฉพาะที่สวนของชาวบ้านรายหนึ่งเนื้อประมาณ 20 ไร่ มี สวนสัก สวนผลไม้ แปลงเกษตรและบ่อปลา 5-6 บ่อ ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 1 ก.ม. แต่ก็ยังไม่พบตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงวางแผน ในการตรวจสอบสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบ ประกอบกับคำบอกเล่าของ ชาวบ้านที่พบเห็นผู้ต้องสงสัย ก่อนจะเข้าปิดล้อมตรวจค้นทีละจุด
ภายหลังปฏิบัติการค้นหาอยู่ 9 ช.ม. เจ้าหน้าที่ก็ประสบความสำเร็จ เมื่อลาดตระเวนห่างจากจุดเกิดเหตุ 2 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ราบและมีพงหญ้าขึ้นสูง แต่ยังไม่พบตัว จนกระทั่งถอนกำลังออกนอกพื้นที่ แต่ ได้ยินเสียงกิ่งไม้ลั่น จึงส่งสัญญาณให้ทาง เจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมกันค้น จนพบตัวนาย วุฒิไกรซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้ และได้ยอมมอบตัวแต่โดยดี จากการตรวจค้นพบว่าในย่ามมีอาวุธปืน 2 กระบอก ยี่ห้อซีแซด ขนาด 9 ม.ม. และปืนลูกโม่ ไม่ทราบขนาด พร้อมกระสุนปืนพกสั้น 43 นัด กระสุนปืนลูกซองอีก 39 นัด

ตร.ล่าจับ
เบื้องต้นนายวุฒิไกรรับสารภาพว่าก่อนเหตุการณ์นี้ ได้ยิงปืนข่มขู่ชาวบ้าน จึงถูกเจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้ามาตรวจค้น เลยวิ่งหนีออกจากหลังบ้านพร้อมกับกระเป๋าเป้ที่ใส่อาวุธปืน ไปกลางทุ่งนา ระหว่างนั้น ด.ต.เปรมพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายได้วิ่งติดตามไป

เมียร่ำไห้กอดศพ
ด.ต.เปรมถึงตัวก่อน จึงเกิดการต่อสู้กัน ก่อนจะใช้อาวุธปืนยี่ห้อ ซีแซดยิง 2-3 นัด จากนั้นว่ายน้ำข้ามคลองมาอีกฝั่งหนึ่ง แล้วเสื้อหลุดลอยไปกับน้ำ จึงไปเอาเสื้อสีแดงของหุ่นไล่กามาใส่ จนกระทั่งมาแอบซ่อนตัวบริเวณนี้และถูกจับในที่สุด หลังจากนั้นนำตัวไปทำแผนในที่เกิดเหตุ ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
หลังเหตุการณ์สูญเสีย ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ตำรวจทุกนาย ใช้ความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นขณะเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัย โดยเฉพาะที่เป็นอดีตตำรวจ เนื่องจากมีความชำนาญในการใช้อาวุธมากกว่าคนร้ายทั่วไป
ชายชาญ ไชยมั่น – ณัฐวัตร ลาพิงค์
เรื่อง / ภาพ