ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือการประชุมร่วมรัฐสภา ระหว่างส.ส. และส.ว. เกิดปัญหาสภาล่มรายวัน
มองกันว่าเพราะใกล้เลือกตั้ง ส.ส.ห่วงย้ายพรรค ลงพื้นที่หาเสียง
เป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจากการเสนอกฎหมายบางฉบับ
ขณะที่ ส.ว.ไม่อยากพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดอำนาจตัวเอง
สถาพร เริงธรรม
นักวิชาการอิสระ
ด้านรัฐประศาสนศาสตร์
สภาล่มมีอยู่ 3 ปัจจัย 1.สัญญาณทางการเมืองชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งแล้ว ส.ส.ทั้งหลายก็เตรียมตัวลง พื้นที่หาเสียง ทำให้ความสนใจที่จะเข้ามาทำงานในสภาน้อยลง
2. ตัวแปรของส.ว. ที่ประชุมรัฐสภาล่มเพราะจะมีการลงมติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะกระทบโครงสร้างอำนาจเขา ความสนใจจะเข้าร่วมประชุมจึงน้อยลง เป็นเรื่องผลประโยชน์ของนักการเมือง 3.เป็นประเด็นที่น่าสนใจเพราะเวลานี้เป็นช่วงหาพรรคลงกัน การแสดงจุดยืนของบรรดา ส.ส.ในสภาค่อนข้างไม่มีจุดยืนที่มั่นคง รอจังหวะต่อรองเพื่อ โยกย้ายค่าย
อีกอย่างที่น่าสนใจคือ กฎหมายหลายๆ ฉบับที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับคะแนนนิยม ทำให้เกิดการช่วงชิงประโยชน์ทางการเมืองในสภา เพราะกฎหมาย บางฉบับหากผ่านไปบางพรรคก็จะได้ประโยชน์ บางพรรคเสียประโยชน์
ช่วงเวลานี้ทุกอย่างเข้าสู่โหมดเลือกตั้งแล้ว ความตั้งใจหรือความสนใจของ ส.ส. ส.ว. ซึ่งจะมีผลกระทบกับตัวเอง และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจทางการเมืองในอนาคต ทำให้ทุกคนไม่ค่อยอยากเข้ามาทำงานในสภาในช่วงนี้
ล่าสุด เรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปิดสวิตช์ส.ว. ชัดเจนมีเจตนาไม่อยากให้แก้ไข เมื่อดูจากสภาพแวดล้อมและที่ประธานวุฒิสภาให้สัมภาษณ์ก็มี ความเป็นไปได้สูงมากว่าเขาไม่แฮปปี้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดนี้ เพราะเป็นหมวดเรื่องอำนาจโหวตนายกฯ อาจทำให้ส.ว.บางคนมองว่าไม่จำเป็นต้องมาร่วมโหวตก็ได้
ที่พล.อ.ประยุทธ์ระบุสภาล่ม มาจากความขัดแย้งเรื่องกฎหมายที่พรรคการเมืองเสนอก็เป็นเหตุผลหนึ่งเช่นเดียวกัน เพราะถ้ากฎหมายบางฉบับผ่านสภาในช่วงเวลานี้ จะทำให้บางพรรคได้ประโยชน์ ตอนนี้แต่ละพรรคก็พยายามหาจุดขายของตัวเอง โชว์ว่ามีนโยบายต่างๆ แต่นโยบายเหล่านั้นเป็นเพียงภาพอนาคต จับต้องยังไม่ได้
ฉะนั้นก็ต้องพยายามผลักดันสิ่งที่สัญญาไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีความเป็นไปได้ที่เกิดการขัดแย้งกัน แม้กระทั่งในพรรครัฐบาลก็มีการแข่งขันกัน เป็นการเอาคืนกันไปเอาคืนกันมา อย่างพรรคสีฟ้ากับพรรคสีน้ำเงิน เพราะสถานการณ์ตอนนี้พรรคสีฟ้าเพลี่ยงพล้ำมากแม้กระทั่งในเขตภาคใต้ ทำให้เกิดเป็นประเด็นสภาล่ม หรือดิสเครดิตกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เปิดหน้ากัน ไปเลย
ส่วนสภาล่มจะเป็นเหตุผลกดดันให้ยุบสภาหรือไม่ เพราะภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ก็เรียกร้องให้ยุบสภานั้น คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ครบเทอม คงไม่ยุบ คงอยากอยู่ให้ครบ ยกเว้นจะมีอุบัติเหตุบางอย่างทำให้รีบตัดสินใจ
อย่าลืมว่าเวลานี้พรรคที่พล.อ.ประยุทธ์ ไปสังกัดนั้น ยังลูกผีลูกคน ไม่ว่าจะผู้สมัครหรือตัวเด็ดๆ ที่พอจะพึ่งพาได้ และสามารถพากลับไปสู่การเป็นนายกฯ อีกครั้งได้ พล.อ.ประยุทธ์คงดูไปจนถึงที่สุด ถ้าทุกอย่างชัวร์แล้วก็คงยุบ แต่ ณ เวลานี้ไม่ยุบ
แม้ภาพพจน์สภาจะมีปัญหาเรื่องสภาล่มแต่ก็เป็นธรรมชาติของนักการเมือง ยังเชื่อว่าสุดท้ายแล้วระบบรัฐสภายังเป็นระบบที่พึ่งพาได้ เพียงแต่ประชาชนต้องคอยติดตามตรวจสอบและกระตุ้นให้นักการเมืองทำหน้าที่
ยุทธพร อิสรชัย
อดีตรองอธิการบดี
อดีตคณบดีรัฐศาสตร์ มสธ.
สาเหตุการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมรัฐสภาล่มรายวันมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองเฉพาะหน้าและการเมืองเชิงโครงสร้าง
เรื่องการเมืองเฉพาะหน้านั้น สภาผู้แทนฯ จะครบวาระ หรืออาจยุบสภา สถานการณ์แบบนี้ ส.ส.ก็มุ่งไปแต่การเมืองในพื้นที่มากกว่า เพราะกระบวนการเลือกตั้งรออยู่ข้างหน้าอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการครบวาระของรัฐบาลหรือการยุบสภา การลงพื้นที่จึงเป็นโจทย์ที่สำคัญในกระบวนการทำงานการเมือง ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งสำคัญกว่าการทำงานในรัฐสภาแล้ว เพราะเป็นช่วงระยะเวลาที่ส.ส.ต้องลงพื้นที่ หาเสียง
นอกจากนี้ ส.ส.จำนวนมากมีการย้ายพรรค หลังมีการย้ายพรรคแล้วการประชุมรัฐสภาอาจขัดกับการย้ายพรรคก็ได้ เพราะการเข้าประชุมสภานั้นถ้าส.ส.ที่ย้ายพรรคแล้วไปทำงานในนามพรรคเดิม บางครั้งอาจขัดมติหรือ แนวนโยบายของพรรคใหม่ที่ส.ส.ย้ายไปสังกัด จึงไม่เห็น ส.ส.เหล่านี้เข้าประชุมสภา บางคนตัวอยู่พรรคนี้แต่ใจไปอยู่อีกพรรค จึงอาจไม่สอดคล้องกับการทำงานของพรรคใหม่ที่ไปสังกัด
ส่วนภาพใหญ่ทางการเมืองปัญหาเชิงโครงสร้างก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย อย่าลืมว่าการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในประเทศไทย แม้โดยหลักการการทำหน้าที่ ส.ส.เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนิติบัญญัติ การออกกฎหมาย การตรวจสอบ และถ่วงดุลการบริหาร
แต่ในสภาพความเป็นจริง คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าส.ส.ก็ยังต้องทำหน้าที่เป็นผู้แทนของปวงชน ภายใต้บริบทของสังคมการเมือง ที่การใช้อำนาจยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ การที่ประชาชนจะเข้าถึงบริการสาธารณะก็ยังไม่มีความเสมอภาคเท่าเทียม ฉะนั้น จะเห็น ส.ส.ไปงานบวช งานบุญ งานแต่ง ยังเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น
คำว่า ส.ส.ที่ดีในมุมของคนแต่ละคนมองต่างกัน อาทิ คนในเมือง อาจมองว่า ส.ส.ที่ดีต้องทำงานการเมือง การเข้าประชุมสภาต่อเนื่อง แต่คนในต่างจังหวัดอาจมองส.ส.ที่ดี คือ ส.ส.ที่พบตัวง่าย และส.ส.ที่ทำตามสัญญาที่ได้หาเสียงไว้ และจะเห็นแบบนี้ทุกๆ สมัย ถ้ายังไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย
ส่วนการมองว่าสภาล่มเกิดจากความขัดแย้งเรื่องกฎหมายที่พรรคการเมืองเสนอ เช่น กฎหมายกัญชานั้น อาจเป็นส่วนหนึ่งแต่คงไม่ใช่ทั้งหมด เรื่องกฎหมายกัญชาเป็นความ ขัดแย้งระหว่างสองพรรคคือพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด
ส่วนการประชุมร่วมรัฐสภา ช่วงหลัง ส.ว.ก็ไม่ให้ความร่วมมือ การประชุมนับแต่ต้นปี 6 ครั้ง ล่มถึง 4 ครั้งนั้น เพราะ ส.ว.ยังไม่ครบวาระเหมือนส.ส. แต่ส.ว.จะทำหน้าที่ต่อข้างหน้าคือการโหวตเลือกนายกฯ ส.ว.ก็เล่นการเมือง กับส.ส. โดยเฉพาะเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปิดสวิตช์ ส.ว. มีสาเหตุและมีเจตนาทำให้สภาล่มอย่างแน่นอน
เหตุผลสภาล่มเพื่อกดดันให้ยุบสภาก็เป็นส่วนหนึ่ง อย่างที่บอกว่าเป้าหมายของ ส.ส.คือการเลือกตั้งหลัก ที่รออยู่ข้างหน้า ทำให้ส.ส.พยายามกดดันให้ยุบสภา เพราะวันนี้ทุกคนต่างมุ่งไปสู่การเลือกตั้งทั้งหมด แต่คงไม่ใช่ตั้งใจทำให้สภาล่มเพื่อยุบสภา แต่สภาล่มนำไปสู่การ เรียกร้องของส.ส.ในการยุบสภา
สภาล่มน่าจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยจนกว่าจะปิดสมัยประชุมเพราะอีกไม่กี่วันก็ปิดแล้ว
ธเนศวร์ เจริญเมือง
คณะรัฐศาสตร์
และรัฐประศาสนศาสตร์ มช.
ปัญหาสภาล่มสะท้อนสภาวะความไร้อุดมการณ์ของผู้แทนต่อระบอบประชาธิปไตย ขณะที่ฝ่ายบริหารก็ไม่มีความจริงใจ จัดการอะไรไม่ได้
ปัญหาของประเทศไทยเกิดจากการยึดอำนาจ เมื่อหลายปีก่อนนำมาสู่การมีพรรคเล็กจำนวนมาก สามารถยื่นเงื่อนไขต่อรองกับพรรครัฐบาล แจกกล้วย แบ่งกล้วย ฝ่ายที่ยึดอำนาจลึกๆ ก็คงไม่อยากให้มีสภา แต่ต้องมีเพื่อให้หน้าตาเป็นประชาธิปไตย
หลังจากปี 2549 ตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ต่อเนื่องถึงพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ไม่แพ้ใครในการเลือกตั้ง ทำให้พวกอำมาตยาธิปไตย กลุ่มอำนาจนิยมมองว่าถ้าเลือกตั้งแบบสุจริตเปิดเผยแพ้แน่ๆ จึงต้องมีวุฒิสภา หรือ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่มาเกือบ 9 ปีไม่มีผลงาน และเริ่มจะอยู่ไม่ได้ พรรคร่วมรัฐบาลเองก็เกิดความรู้สึกหวั่นไหว
ส.ว.เองหากมีวาระการประชุมที่ด่าตัวเอง ก็ไม่เข้าประชุมเพราะไม่ชอบ ถ้ามีวาระประชุมที่ไปถอดถอนหรือลดอำนาจ ก็ไม่เข้าร่วม เพราะโหวตค้านก็โดนด่า แต่ถ้ากฎหมายไม่ได้รับการพิจารณาหรือออกเป็นกฎหมาย ไม่ได้ เขาได้อยู่ต่อ จึงเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทั้งนั้น
และ ส.ว.ก็ไม่ได้เป็นตัวแทนจากประชาชนจริงๆ จึงไม่ได้มีศรัทธาต่อประชาชน ไม่ไฟต์เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ซื่อสัตย์ต่อระบอบประชาธิปไตยเพราะ ถูกแต่งตั้งมาโดยคนกลุ่มเดียว
การประชุมร่วมรัฐสภาล่มทุกครั้งเพราะอาจมีเรื่องบางเรื่องที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของฝ่ายที่ยึดอำนาจมา หรือจะเป็นโทษต่อผู้มาจากการแต่งตั้ง จึงแก้ปัญหาง่ายๆ ด้วยการไม่เข้าประชุม
ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สภาล่ม ก็ชี้ให้เห็นว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่ตกลงกันไม่ได้ หรือล่าสุดคือวาระการพิจารณาตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ก็ล่มอีก กรณีนี้อาจมองได้ว่ามีใบสั่งโดยผู้มีผลประโยชน์เบื้องหลัง อีกทั้งเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพราะหาก ส.ว.ต้องโหวตให้ตัวเองตาย โหวตแล้วไม่ได้เงินเดือน จะโหวตไปเพื่ออะไร
สภาล่มบ่อยๆ ก็เป็นไปได้ว่าต้องการกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ยุบสภา สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความไม่เป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ที่จริงแกนนำพรรคที่ต้องการให้ยุบสภา ควรนัดกันไปแจ้งพล.อ.ประยุทธ์ ว่าถึงเวลายุบสภาแล้ว หากไม่ยุบสภาจะขอถอนตัว
แต่เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่อยากใช้วิธีแตกหัก เพราะไม่รู้เลือกตั้งผลจะเป็นอย่างไร อาจต้องไปอยู่ร่วมกันอีกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นี่คือจุดที่อ่อนที่สุดของระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือระบอบอำนาจนิยมที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในระบอบประชาธิปไตย
พรรคการเมืองไร้ประสิทธิภาพเพราะมีเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ หากเป็นทางฝั่งตะวันตกเมื่อถึงจุดนี้แล้วก็จะยุบสภา เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ แต่ของเราไม่ทำเพราะกำลังคิดบางอย่าง เช่น พรรคของตัวเองพร้อมหรือยัง ผู้สมัครพร้อมหรือยัง มีข้อตกลงหรือ ดีลกันเรียบร้อยหรือยัง ทุกอย่างคาราคาซังเพราะเอาผลประโยชน์ส่วนตัวไปบดบังผลประโยชน์ของชาติ