มาร์โก สนิกเกอร์ส ผู้ก่อตั้งบริษัทวันเติร์ดจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่าแฟรนไชส์ซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ 3 แห่งในอังกฤษ กำลังพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบอายุผักผลไม้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า รวมถึงลดการสัมผัส หยิบจับ กดคลึง หรือบีบผักผลไม้ก่อนซื้อซึ่งจะส่งผลให้สินค้าช้ำและจำหน่ายไม่ได้ โดยชื่อของบริษัทตั้งขึ้นสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับขยะอาหาร (Food waste) ที่เหลือจากการบริโภคทั้งในครัวเรือน อาหารที่เหลือจากการจำหน่ายในร้านค้าปลีก รวมถึงอาหารที่ใช้เพื่อปรุงแต่งจานตามร้านหรือโรงแรม ซึ่งในแต่ละปีมีปริมาณขยะอาหารที่เป็นของสดถูกทิ้งทั่วโลกมากถึงร้อยละ 40 ของปริมาณอาหารที่ผลิต

สำหรับอุปกรณ์ตรวจสอบของบริษัทวันเติร์ดใช้ระบบสแกนด้วยรังสีอินฟราเรดซึ่งลึกถึงระดับโมเลกุล เก็บข้อมูลเกี่ยวกับน้ำ น้ำตาล และปริมาณแป้งของผักผลไม้ชนิดนั้นๆ ก่อนที่ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จะนำ สิ่งที่ตรวจสอบมาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลการสแกนผักผลไม้สารพัดชนิดที่บริษัทรวบรวมไว้ และจะแจ้งผลเป็นตัวเลขบนจอภาพ ระหว่าง 0-100 โดยตัวอย่างการสแกนผลอะโวคาโด หากปรากฏเลข 70 บนหน้าจอของเครื่อง หมายความว่าอะโวคาโดที่ตรวจสอบมีระดับความสุกค่อนข้างมาก ควรรับประทานภายในเวลา 4-5 วัน นอกจากอะโวคาโดแล้ว อุปกรณ์ของวันเติร์ดยังใช้ตรวจสอบผักผลไม้ได้เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มะม่วง มะเขือเทศ รวมถึงผลไม้เนื้อนิ่ม ผลไม้เขตร้อน และผลไม้แบบสโตนฟรุตหรือดรูปผลไม้เมล็ดแข็งมาก อาทิ พุทรา มะกอก และอินทผลัม