เมื่อวันที่ 18 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสงครามรัสเซียรุกรานยูเครน ว่า ทางการสหรัฐอเมริกาประเมินความสูญเสียของกลุ่มทหารรับจ้าง “แวกเนอร์” ของรัสเซีย พบว่าเสียหายอย่างหนัก มีทหารรับจ้างในสังกัดแวกเนอร์บาดเจ็บและเสียชีวิตรวมแล้วกว่า 3 หมื่นนาย นับตั้งแต่รัสเซียส่งกองทัพเข้ารุกรานยูเครนเมื่อ 24 ก.พ.2565
นายจอห์น เคอร์บี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า กลุ่มแวกเนอร์ประสบกับความสูญเสียอย่างหนักโดยเฉพาะช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีสมาชิกของกลุ่มถูกสังหารไปกว่า 9 พันนาย ส่วนใหญ่เป็นนักโทษที่ไม่เคยได้รับการฝึกฝนวิชาทหาร เพราะกลุ่มแวกเนอร์นั้นเกณฑ์นักโทษจากเรือนจำมารบ แต่แม้จะสูญเสียหนักกลุ่มแวกเนอร์ก็สามารถรุกคืบที่เมืองบักห์มุตได้สำเร็จ
กลุ่มแวกเนอร์นั้นมีสมาชิกประมาณ 5 พันนาย ส่วนใหญ่เป็นทหารผ่านศึกที่มีความเชี่ยวชาญในการรบกว่าทหารทั่วไป แต่หลังสงครามเริ่มขึ้นทำให้กลุ่มแวกเนอร์ต้องเกณฑ์สมาชิกเพิ่มเป็นนักโทษ ขณะที่ข่าวกรองของอังกฤษประเมินว่ากองทัพรัสเซียและกลุ่มแวกเนอร์ น่าจะมีทหารบาดเจ็บรวมกว่า 175,000 ถึง 2 แสนนาย และเสียชีวิต 4 หมื่น ถึง 6 หมื่นนาย
ด้านบรรดาชาติตะวันตกยืนยันจะเดินหน้าส่งการสนับสนุนให้ยูเครนต่อไป โดยประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ระบุว่า จะยกระดับการส่งความสนับสนุนให้ยูเครนและว่าฝรั่งเศสมีความพร้อมต่อสงครามยืดเยื้อ เช่นเดียวกันกับนายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เปิดเผยว่า รถถังเลพเพิร์ด 2 กำลังจะถูกนำมาใช้จริงในสมรภูมิอีกไม่กี่วัน
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงก่อนครบ 1 ปี การรุกรานยูเครนของรัสเซีย โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ มีกำหนดจะเดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ซึ่งเนื้อหาจะเป็นการเชิดชูความสำเร็จในการช่วยเหลือยูเครนและส่งข้อความไปถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียด้วย