ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้เศรษฐกิจสหรัฐและจีน แบ่งขั้ว ดันเศรษฐกิจอาเซียน ไทยโตเด่น คาดอีก 10 ปี มีคนรวยเพิ่ม 65% รุกบริการบริหารความมั่งคั่ง

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่าเศรษฐกิจโลกปี 2566 ชะลอตัวโดยจะขยายตัว 2% การเติบโตหลักมาจากเศรษฐกิจ อาเซียนคาดว่าจะเติบโต 4-5% ส่วนไทยจะเติบโต 3-3.2%

โดยไทยได้ประโยชน์ในภาคท่องเที่ยวกรณีจีน เปิดประเทศทำให้เศรษฐกิจโตต่อเนื่องถึงปี 2567 รวมทั้งเงินเฟ้อทั่วโลกผ่านจุดสูงสุดแล้ว และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีนทำให้เศรษฐกิจอาเซียนและไทยโดดเด่น การขยายตัวของชนชั้นกลางหรือคนรวยจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 65% ในระยะ 10 ปีข้างหน้า ธนาคารจึงมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจด้านการบริหารความมั่งคั่ง มองว่าธุรกิจนี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีโอกาสเติบโต 58% ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดภายใต้การบริหาร จะเติบโตสูงขึ้นอีกเกือบ 2 เท่า โดยมีกลุ่มชนชั้นกลางเป็นตัวขับเคลื่อน 70-80%

ในขณะที่คนกลุ่มนี้ในไทยยังเข้าไม่ถึงผลิตภัณฑ์ ด้านการบริหารความมั่งคั่ง (เวลธ์แมเนจเมนต์) เพราะสินทรัพย์หรือฐานะทางการเงินยังไม่มากพอที่จะจูงใจ ให้สถาบันการเงินเข้าไปให้บริการ และส่วนใหญ่อายุ ยังน้อย ทำให้ธนาคารเห็นถึงโอกาส ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านการบริหารความมั่งคั่งภายในปี 2568 ด้วยเป้าขยายฐานลูกค้าเป็น 6 แสนราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 4 แสนราย และมีสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารคิดเป็น 2 ล้านล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายเป็นธนาคารที่ผู้บริโภค ใช้เป็นบัญชีธนาคารหลักภายในปี 2568 ผ่านการให้บริการ ที่เชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงทยอยลดอัตราส่วน ค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (C/I) ให้อยู่ในระดับ 35-40% มีเป้าหมาย ในการเป็นธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อสีเขียว ด้านความยั่งยืน 1 แสนล้านบาท

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2566 ตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อไม่เกิน 5% และสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากกว่า 10% ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ตั้งเป้าไว้ที่ 40% จาก ณ 31 ธ.ค.2565 อยู่ที่ 41% ส่วนพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อบุคคล 9.8 แสนล้านบาท สินเชื่อเอสเอ็มอี 4.1 แสนล้านบาท และสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ 9.2 แสนล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน