นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2566 กรมมีแผนที่จะดำเนินการตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นที่อาจมีลักษณะถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) จำนวนรวมทั้งสิ้น 325 ราย เพื่อดำเนินการป้องปรามไม่ให้คนไทยหรือนิติบุคคลไทยมีการกระทำในลักษณะให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนิติบุคคลไทยที่ประกอบธุรกิจ 3 กลุ่มธุรกิจ
คือ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ 3.ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร สำหรับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะเน้นตรวจสอบโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก เป็นต้น ในย่านเยาวราชและเขตห้วยขวางที่กำลังเป็นประเด็นเรื่องกลุ่มทุนจีนเข้ามาประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี
ทั้งนี้การตรวจสอบนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว กรมได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) โดยมีการประสานข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจท่องเที่ยวร่วมกัน นายจิตรกรกล่าวว่า นิติบุคคล 325 รายที่กรมจะตรวจสอบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจ
คือ 1.ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องท่องเที่ยว จำนวน 161 แห่ง 2.ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ถือครองอสังหาฯ จำนวน 123 แห่ง และ 3.ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต จำนวน 41 แห่ง โดยมีการจัดตั้งกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ 9 จังหวัด ทั้งนี้ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา (2558-2565) มีนิติบุคคลที่เข้าข่ายกรมได้ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวน กรณีพบว่ามีพฤติกรรมที่เข้าข่ายกระกระทำความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 ได้ดำเนินคดีไปแล้ว จำนวน 66 ราย