ถึงน.ส.บุญทิพย์ สาวทอมจะอ้างว่าแค่สะบัดมีดไปมา ไม่ได้เจตนาทำร้ายเด็กหญิงวัย 11 ขวบจนบาดเจ็บ แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดกลับเผยให้เห็นพฤติกรรมทั้งก่อน หลัง และขณะก่อเหตุ มันฟ้องว่าพฤติกรรมของ เจ้าตัวนั้นห่างไกลคำว่าไม่เจตนาเสียเหลือเกิน
เรื่องราวของคดีนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ก.พ. นายกิติพัฒน์ อายุ 41 ปี พ่อของเด็กหญิงเอ อายุ 11 ขวบ (นามสมมติ) เรียนอยู่ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางเขน เดินทางเข้าพบ นายคณาธิป แก้วสระแสน ตัวแทนทีมงานเพจสายไหมต้องรอด ที่สำนักงาน เพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 เพื่อ ร้องเรียนหลังลูกสาวถูกสาวทอมคล้ายสติไม่ดีใช้มีดทำครัวแทงเฉี่ยวคอบาดเจ็บ เหตุเกิดที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งย่านถนนเพิ่มสิน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา
นายกิติพัฒน์เล่าว่า วันเกิดเหตุเป็นช่วงที่ลูกสาวและภรรยาตนเดินทางไปหาซื้อขนมกินหลังรับประทานอาหารเย็น ถึงจุดเกิดเหตุพบคนร้ายเดินเข้ามาทำร้ายทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักหรือเห็นหน้ากันมาก่อน หลังเกิดเหตุ ส่งลูกสาวไปรักษาที่โรงพยาบาลภูมิพลนาน 2 วัน ไม่พบว่ามีการบาดเจ็บรุนแรงหรือโดนอวัยวะสำคัญ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน

ถือมีดเดินปรี่เข้าหา
“หากเป็นคนสติไม่ดีจริงก็ไม่อยากฝากอะไรถึงญาติและครอบครัวผู้ก่อเหตุ เพราะตนมองว่าเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม หาก รู้ว่าคนในครอบครัวเป็นภัยแบบนี้ไม่ควรปล่อยให้ออกมาทำอันตรายคนอื่น แต่การที่ปล่อยญาติตัวเองออกมาแบบนี้คือการ ไม่รับผิดชอบต่อสังคม” พ่อเด็กหญิงกล่าว

นาทีก่อเหตุ
ในส่วนของคดี พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขนเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ไชยา ภูละมุน รอง ผกก.สส.สน.บางเขน พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมใจ รอดยัง สว.สส.สน.บางเขน พ.ต.ต.พรชัย ว่องประเสริฐการ สว.สส.สน. บางเขน นำกำลังฝ่ายสืบสวนไล่เช็กกล้อง วงจรปิดและหาข้อมูลผู้ก่อเหตุ จนทราบว่าคือ น.ส.บุญทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พักอาศัยอยู่เพียงลำพังในคอนโดฯ แห่งหนึ่งย่านถนนเทพรักษ์ จึงส่งฝ่ายสืบสวนเฝ้าดูอยู่ แต่ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยไม่ออกจากห้องพักไปไหนมาหลายวันแล้ว
ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ก็รวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งสามารถ ขอหมายจับจากศาลอาญา ในข้อหาพกพาอาวุธมีดและทำร้ายร่างกายผู้อื่น
กระทั่งวันที่ 14 ก.พ. ตำรวจที่เฝ้าอยู่พบน.ส.บุญทิพย์ออกมาจากห้องจึงเข้า จับกุมตัว เมื่อเข้าไปค้นในห้องพักตำรวจถึงผงะ เมื่อเจอกับขยะที่เจ้าตัวสะสมเอาไว้จน เต็มห้อง ก่อนเจ้าตัวจะพาไปตรวจยึดอาวุธ มีดปลายแหลมยาว 1 ฟุตที่ใช้ก่อเหตุ และ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น เอ็นแม็กซ์ สีแดง-ดำ ทะเบียน 7กข 7715 กรุงเทพมหานคร จากนั้นจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่สน. บางเขน

ขยะเต็มห้องพัก
น.ส.บุญทิพย์ให้การว่า ไม่เคยรู้จักกับเด็กที่ได้รับบาดเจ็บหรือแม่ของเด็กมาก่อน แต่ในวันเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บริเวณ ใกล้เคียงเพื่อกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม แต่ยังไม่ทันได้กดเงินเกิดมีปากเสียงกับแม่ค้าขายของบริเวณใกล้เคียง ตนจึงขี่รถจยย.ออกจากบริเวณดังกล่าวเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะกลับมาที่บริเวณจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อรอ กดเงิน กระทั่งแม่และเด็กที่ได้รับบาดเจ็บเดินผ่านมา ตนสังเกตเห็นว่าทั้งสองคนมองหน้าตนพร้อมกับยิ้มทำให้รู้สึกไม่ค่อยพอใจ ประกอบกับอารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงใช้อาวุธมีดที่พกติดตัวเป็นประจำนำขึ้นมาเหวี่ยงบริเวณข้างตัว แต่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ปลายมีดไปโดนเข้าบริเวณคอเด็กจนได้รับบาดเจ็บ

จับคาคอนโดฯ
น.ส.บุญทิพย์ยืนยันว่าไม่ได้มีอาการทางจิต แต่ก็มีบ้างที่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ แต่ไม่เคยรักษาหรือกินยาแต่อย่างใด ตอนนี้รู้สึกสำนึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอยากขอโอกาสในการประกันตัวเพื่อออกมาชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางผู้เสียหาย พร้อมยกมือไหว้ขอโทษถึงครอบครัวของน้องอายุ 11 ขวบ ซึ่งตนยืนยันว่าหลังจากจบเรื่องนี้จะไม่ใช้ความรุนแรงหรือกลับมาก่อเหตุในลักษณะแบบนี้อีก

มือมีดขอโทษ
พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า เบื้องต้นได้ สั่งการให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมประสานสหวิชาชีพเพื่อนัดตัวเยาวชนอายุ 11 ขวบมา สอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี ขณะที่ในส่วนของทางญาติของผู้ก่อเหตุได้มีการติดต่อประสานถึงอาการป่วยทางจิตเบื้องต้นทราบว่ายังไม่เคยมีการรักษาในอาการเจ็บป่วยดังกล่าว
สำหรับคดีนี้ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนส่งคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปให้พนักงานอัยการตรวจสอบเพื่อพิจารณาความรุนแรงของการ ก่อเหตุมาใช้ประกอบในการพิจารณาข้อหาเพิ่มเติม ส่วนผลบาดแผลได้ให้พนักงานสอบสวนประสานไปทางแพทย์เพื่อเร่งรัดผลทางการ ดังกล่าวพร้อมส่งอาวุธที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุไปตรวจพิสูจน์รวมถึงบริเวณที่โดนอาวุธมีดเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้หรือไม่ หากพบว่า เข้าข่ายสามารถแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับบาดเจ็บสาหัส หรือข้อหาอื่นเพิ่มเติมต่อไป
อดิษัยต์ พรวนพิมพ์, พุฒิสรรค์ แก้วบัวดีพิรยุทธ นิ่มนนท์
เรื่อง/ภาพ