กระทุ้งเร่งจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าผ่านงบฟื้นประเทศ
ภาคธุรกิจเอกชน กังวลยุบสภาฉุดเศรษฐกิจชะลอ คาดราชการเกียร์ว่างตามธรรมเนียมปฏิบัติ ด้านหอการค้าไทยจี้เร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่เดินหน้าผ่านงบประมาณฟื้นเศรษฐกิจประเทศให้ ต่อเนื่อง
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมาประกาศจะยุบสภาในเดือนมี.ค. เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 7 พ.ค.2566 ว่า การที่รัฐบาลประกาศ วันเลือกตั้งที่ชัดเจน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะนักการเมืองและภาคธุรกิจจะได้เตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงรัฐบาลจะได้พิจารณาประเด็นที่ยังค้างอยู่ให้เรียบร้อย
โดยระหว่างการเลือกตั้งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวมากนัก ทั้งนี้หากรัฐบาลมีเสถียรภาพและมั่นคง มีผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนตามระบอบประชาธิปไตย เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติแน่นอน
“อยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อให้พิจารณางบประมาณการพัฒนาประเทศให้ทัน รวมถึงเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะต่อไป เพื่อรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นต้น ทั้งนี้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยคึกคักจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 8-9 หมื่นล้านบาท”
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ประกาศยุบสภาไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เมื่อนายกรัฐมนตรีออกมาพูดทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น
ซึ่งที่ผ่านมาสัญญาณยุบสภามีบ่อยครั้ง จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่รัฐสภาล่ม แสดงให้เห็นว่า ส.ส.ขาดสมาธิ และต้องการ ลงพื้นที่หาเสียงมากกว่า
“การยุบสภาทำให้เกิดสุญญากาศในการดำเนินนโยบายทำให้เกิดความชะงักงัน เป็นการเบาเครื่องลงทุกภาคส่วนในกลไกลของทางราชการ เพื่อรอดูสถานการณ์ โดยที่ยังไม่รู้ว่าผู้ใดจะเข้ามามีอำนาจ สั่งการ งานที่ทำอยู่ก็จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่สนใจเรื่องกำหนดเวลา ซึ่งเป็นธรรมเนียมปกติของการเลือกตั้งใหม่”
ทั้งนี้ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องการดำเนินนโยบายของภาครัฐจะชะงักงันในระดับหนึ่งแต่ไม่มาก เพราะจะเกิดสุญญากาศระยะสั้น จนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ แม้ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน แต่รัฐบาลต้องพยายามรีบแก้ไข
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะทำอย่างไรให้สามารถดำเนินงาน ต่อไปได้ในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการ โดยที่ไม่ต้องชะลอเครื่องจนดับ หรือสะดุดโดยไม่มีเป้าหมาย ภายใต้ข้อจำกัดที่มากขึ้น เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ของโลก รองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นหลังการเปิดประเทศ เพื่อเข้าสู่ภาวะปกติ