หลวงปู่บุญจันทร์ กตปุญโญ
วัดเทพประดิษฐ์ มหาสารคาม
อริยโลกที่ 6
วันเสาร์ที่ 25 ก.พ.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 19 ปี มรณกาล “พระครูประดิษฐ์บุญญาทร” หรือ “หลวงปู่บุญจันทร์ กตปุญโญ” อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพประดิษฐ์ บ้านหนองสระพัง ต.เขวาไร่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
เป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีวัตรปฏิบัติดี สืบสายธรรมจากหลวงปู่ทอง กัลยาณธัมโม วัดบ้านหนองเลา อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของมหาสารคาม
อยู่ในศรัทธาของสาธุชนในพื้นที่ยาวนาน แม้มรณภาพไปนานเกือบสิบปี แต่คุณงามความดีท่านยังปรากฏอยู่ตราบจนปัจจุบัน มีนามเดิม บุญจันทร์ โคตรศรี เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2480 ที่บ้านโสกภารา ต.หนองคูขาด อ.บรบือ จ.มหาสารคาม บิดา-มารดา ชื่อนายบุญศรี และนางบุ่น โคตรศรี
หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนประถมศึกษาในหมู่บ้าน ออกมาช่วยงานครอบครัวทำมาหากินทำไร่ทำนาตามวิถี ชาวอีสาน
ครั้นเมื่ออายุครบบวช ปี พ.ศ.2500 บิดา-มารดานำไปเข้าพิธีอุปสมบท ที่อุโบสถ วัดวังปลาโด ต.วังชัย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม โดยมีพระอธิการดาว ถาวโร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการหลง ถาวรโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการชื่น ชคโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ อยู่จำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดบ้านเกิดนานกว่าสิบพรรษา ก่อนย้ายมาจำพรรษาศึกษาพระปริยัติธรรม ที่วัดโนนสะอาด ต.เขวาไร่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม มุมานะศึกษาเล่าเรียนจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ
นอกจากนี้ ยังให้ความสนใจด้านวิทยาคม ขณะนั้นหลวงปู่ทอง กัลยาณธัมโม อดีต เจ้าอาวาสวัดบ้าหนองเลา อ.นาเชือก มีชื่อเสียงในฐานะพระเกจิชื่อดัง จึงขอฝากตัวศึกษา วิทยาคม ซึ่งหลวงปู่ทองได้เมตตาถ่ายทอดวิทยาคมให้จนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด เมตตามหานิยม รวมทั้งแนะนำการวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ต่อมา วัดเทพประดิษฐ์ บ้านหนองสระพัง ต.เขวาไร่ อ.โกสุมพิสัย ขาดแคลนพระผู้ใหญ่ที่จะนำพาพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง ญาติโยมชาวบ้านหนองสระพัง จึงนิมนต์ให้มาจำพรรษาอยู่วัดแห่งนี้
เป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย มีชื่อเสียงในฐานะพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระนักพัฒนา และเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สาธุชนในพื้นที่ให้ความเลื่อมใสศรัทธา
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2514 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเทพประดิษฐ์ พ.ศ.2516 เป็นเจ้าคณะตำบลเขวาไร่ และเป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2524 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครู สัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูประดิษฐ์บุญญาทร พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2544 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
วัตรปฏิบัติเคร่งครัดสืบทอดจากหลวงปู่ทอง ผู้เป็นพระอาจารย์ คือ หากปีใดงานในหน้าที่ไม่มีความยุ่งยาก มักจะออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรหลายแห่งในภาคอีสาน
ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสปฏิบัติหน้าที่ปกครองพระภิกษุ-สามเณรในวัดอย่างเคร่งครัด รวมทั้งอบรมเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาแก่ญาติโยมอย่างสม่ำเสมอ และให้ความสำคัญการศึกษาพระปริยัติธรรม
รับหน้าที่เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมด้วยตนเอง อีกทั้งมีทุนการศึกษาให้พร้อมกับสนับสนุนให้เรียนสูงยิ่งขึ้น ในยุคนั้นมี ชื่อเสียงโด่งดังแต่ละปีมีพระภิกษุสามเณร เดินทางมาศึกษาเล่าเรียนจำนวนมาก
สำหรับหลักธรรมคำสอนที่พร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอดเป็นเรื่องของความ ไม่เที่ยงของสังขาร เมื่อเกิดเป็นมนุษย์การดำเนินชีวิตจะต้องไม่ประมาทเพราะความเจ็บ ความตายแขวนคอทุกย่างก้าว
มีอาการอาพาธหลายโรค แต่ยังคงรับงานนิมนต์ มรณภาพเมื่อวันที่ 25 ก.พ.2547 สิริอายุ 68 ปี พรรษา 48
เชิด ขันตี ณ พล