เพื่อสานต่อภารกิจส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาให้เด็กๆ ในถิ่นทุรกันดาร บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นำทีมพนักงานในองค์กร และทีม GOLDGEAR 4×4 จัด “โครงการปันสุขก็สุขใจ ปี 2565” โดย “มูลนิธิคนดี ดี-แลนด์” เดินหน้าส่งมอบพื้นที่แห่งโอกาสและแบ่งปันความสุขให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ในครั้งนี้เดินทางไปร่วมปรับปรุงห้องเรียน ห้องสมุด รวมทั้งส่งมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา เครื่องนุ่งห่มกันหนาว และเครื่องอุปโภคบริโภคให้น้องๆ โรงเรียนบ้านหนองบัว ห้องเรียนสาขาบ้านมอเคลอะคี อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

นายเพิ่มเกียรติ โพธิ์เพียรทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ดี-แลนด์ กรุ๊ป โดยมูลนิธิคนดี ดี-แลนด์ มุ่งมั่นเข้าไปช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลนด้วยการปลูกจิตสำนึกให้พนักงานรู้จักการให้และแบ่งปัน สุขใจเมื่อได้เป็นผู้ให้ รวมถึงการเป็นสะพานบุญทำหน้าที่รวบรวมสิ่งของบริจาค ทั้งอาหาร เครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียน นำไปส่งมอบให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล

ครูนุ นายสกุลชัยฐ์ ซิโนชัยสกุล คุณครูโรงเรียนบ้านหนองบัว ห้องเรียนสาขาบ้านมอเคลอะคี วัย 43 ปี จากจังหวัดร้อยเอ็ด สู่การเป็นครู “ผู้ให้” บนดอยสูง เล่าว่าโรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ป.6 มีนักเรียนรวม 76 คน แบ่งเป็นนักเรียนประจำและไป-กลับ ภายใต้ความดูแลของคุณครู 4 คน นักเรียนและชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง


“ผมและครูทุกคนที่นี่เป็นทั้งครูผู้ให้ความรู้ เป็นหมอ เป็นพ่อครัว เป็นคนขับรถ เป็นทุกอย่างให้เด็กๆ แม้บางครั้งอาจจะเหนื่อยล้าบ้าง แต่ก็เป็นความเหนื่อยล้าที่สร้างความสุข ผมอยากเห็นเด็กๆ เติบโตเป็นคนดี มีน้ำใจ มีความรู้ติดตัว ดูแลตัวเองและครอบครัวได้ ขอบคุณมูลนิธิคนดี-ดีแลนด์ นอกจากการศึกษาแล้วผมจะเน้นให้เด็กๆ เรียนรู้และลงมือทำผ่านกิจกรรมและวิถีชีวิตประจำวัน ทั้งการปลูกผัก เลี้ยงไก่ ทำอาหาร ทำงานบ้าน ช่วยเหลือตัวเองและคนรอบข้าง รู้จักแบ่งเบาภาระครอบครัว รวมถึงการปรับตัวและเรียนรู้โลกกว้างผ่านการอ่าน การพูดคุย บอกเล่า และที่สำคัญคือสอนให้พวกเขาภูมิใจในสิ่งที่พวกเขามีครับ” ครูนุกล่าว

ด้าน น้องทิลา ด.ญ.พิชชาภา ผกาดอกไม้ อายุ 12 ปี ชั้นป.6 เล่าให้ฟังว่า โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้เป็นเหมือนบ้านอีกหลังของพวกหนู ครอบครัวพวกหนูเป็นชาวกะเหรี่ยง พ่อ แม่ และผู้ใหญ่คนอื่นๆ ต้องทำงานหนักมาก พวกหนูมีหน้าที่ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว เช่น เลี้ยงน้องและทำงานบ้าน พ่อแม่บอกหนูว่าให้ตั้งใจเรียน เพราะการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญ โตขึ้นจะได้มีความรู้ติดตัว มีงานทำดีๆ ช่วยเหลือตัวเองและคนรอบข้างได้ หนูจึงต้องมาเรียนหนังสือและอยู่ประจำที่โรงเรียน โดยมีคุณครูเป็นพ่อแม่คนที่ 2 คอยดูแลเอาใจใส่พวกเรา โตขึ้นหนูอยากเป็นพยาบาล จะได้ช่วยคุณครูดูแลทุกคนในหมู่บ้าน

“มีความสุขและดีใจมากที่พี่ๆ มาส่งมอบสิ่งของมากมายและยังจัดงานวัดบนดอยให้พวกเราได้ดูหนังกลางแปลง เป็นการดูหนังจอใหญ่ๆ ครั้งแรกของพวกเราเลย สนุกมาก ขอบคุณพี่ๆ มากเลยค่ะ” น้องทิลากล่าว

ขณะที่ น้องมณ ด.ญ.มณฑิตา ไพรบุญพำนัก อายุ 11 ขวบ ชั้นป.5 เล่าเสริมว่าบ้านหนูอยู่ห่างจากโรงเรียนมาก ต้องมาอยู่ประจำที่โรงเรียน ช่วงกลางวันพวกเราเรียนหนังสือและจัดแบ่งเวรไปช่วยคุณครูทำอาหาร ดูแลแปลงผัก เลี้ยงไก่ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบทำอาหาร ทุกคนจะได้กลับบ้านช่วงปิดเทอม หรือไม่ก็เสาร์-อาทิตย์

“โตขึ้นหนูอยากเป็นครูค่ะ อยากแบ่งปันความรู้ให้นักเรียนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ห่างไกลแบบที่ครูคอยดูแลและมอบให้พวกเรา ขอบคุณที่มาเลี้ยงอาหารมื้ออร่อย พัฒนาห้องสมุด ห้องเรียน นำสิ่งของ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา เสื้อกันหนาว พวกเราจะนำทุกสิ่งที่พี่ๆ มอบให้มาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดค่ะ”