น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าไตรมาส 1 ปี 2566 เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูของไทยต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จากค่าอาหารสัตว์ ค่าแรง ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่ายาเวชภัณฑ์ ส่งผลให้ไตรมาส 1 ต้นทุนการผลิตเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่ซื้อลูกหมูมาเลี้ยงเองอยู่ที่กิโลกรัม (ก.ก.) ละ 100 บาท กระทบการตัดสินใจขายของเกษตรกรจำเป็นต้องขายหมูเมื่อหมูได้ขนาดที่ตลาดต้องการ เพื่อสร้างสภาพคล่อง สำหรับการผลิตรอบถัดไป

“ปัญหาต้นทุนแพง ส่งผลต่อสภาพคล่องของเกษตรกรแล้ว ประกอบกับราคาหมูมีชีวิตของเพื่อนบ้านในตลาดอาเซียน เวียดนาม กัมพูชา ก.ก.ละ 60-70 บาท ดังนั้น ราคาหมูของเกษตรกร จะลดลงบ้างราคาจะดีขึ้นหากระบายหมูมีชีวิตในฟาร์ม”

น.สพ.สมชวน กล่าวว่า ปี 2566 หมูขุนที่ออกสู่ตลาดเดือนละ 1.5 ล้านตัว หรือ 18 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 12.5% จากปี 2565 ที่มีผลผลิต 16 ล้านตัว เนื่องจากราคาหมูมีชีวิตที่มีเสถียรภาพ ในปี 2565 ราคาเฉลี่ย และความสามารถในการปรับตัวของเกษตรกรช่วยป้องกันโรคมากยิ่งขึ้น คลายความกังวลปัญหาโรคระบาดและเกิดความเชื่อมั่นในการลงเลี้ยงใหม่เร่งผลิตเพิ่ม

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ราคาพลังงาน ต้นทุนค่าแรงไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยต้นทุนการเลี้ยงหมูไทยปี 2564 อยู่ที่ก.ก.ละ 80.18 บาท ปี 2565 เพิ่มขึ้น 18.3% หรือก.ก.ละ 94.79 บาท และปี 2566 ราคาพลังงานยังสูงหากต้นทุนต่างกับเพื่อนบ้านมาก ต้องระวังเรื่องของการลักลอบนำเข้าหมูมาไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน