เมื่อวันที่ 26 ก.พ. รอยเตอร์รายงานความคืบหน้าสงครามรัสเซียรุกรานประเทศยูเครน ว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ระบุผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่ารัสเซียไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเตรียมตั้งรับแสนยานุภาพนิวเคลียร์ของชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต หลังนาโตมีเป้าหมายเพื่อทำลายล้างรัสเซีย

ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า บรรดาชาติสมาชิกหลักของนาโตแสดงเจตนาและเป้าหมายอย่างชัดเจนแล้วว่าต้องการให้รัสเซียนั้นเป็นชาติผู้พ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์เพื่อให้ชาวรัสเซียนั้นต้องทุกข์ทรมาน รัสเซียจึงไม่สามารถเพิกเฉยต่อแสนยานุภาพนิวเคลียร์ของนาโตได้อีกต่อไป

“เป้าหมายเดียวของพวกมันคือการขุดรากถอนโคนรัสเซียซึ่งเป็นรากที่ยังหลงเหลืออยู่ ของอดีตสหภาพโซเวียต” และผู้นำรัสเซียยังกล่าวหาชาติตะวันตกว่ามีส่วนร่วมทางอ้อม ต่ออาชญากรรมที่ยูเครนกระทำขึ้น หลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา เคยย้ำว่า ชาติตะวันตกไม่เคยมีเป้าหมายทำลายล้างชาวรัสเซีย แต่ต้นเหตุนั้นมาจากรัฐบาลรัสเซีย

ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เตรียมเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในเดือนเม.ย.นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขอให้ทางการจีนช่วยกดดันทางการรัสเซียให้ยุติการรุกรานยูเครน หลังจีนเผยแพร่จุดยืน 12 ประการของจีนต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและเรียกร้องให้มีการตั้งเวทีเจรจาหาทางออกเร็วที่สุด

จุดยืนดังกล่าวยังส่งผลให้การประชุมกลุ่มชาติเศรษฐกิจใหญ่ 20 ประเทศ หรือจี 20 ที่ประเทศอินเดีย ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมหลังสิ้นสุดการประชุมได้ เนื่องจากรัสเซียและจีน ไม่ยอมรับถ้อยคำว่า “ขอประณามรัสเซียรุกรานยูเครนอย่างรุนแรงที่สุด” โดยจีนให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมเศรษฐกิจ แต่เยอรมนีตอบโต้ว่าเกี่ยวพันกันอย่างปฏิเสธ ไม่ได้ ขณะที่รัสเซียแสดงความผิดหวังที่กลุ่มจี 20 ถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อต้านรัสเซีย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน