เส้นทางลำเลียงรถที่ขโมยมาของกลุ่มขบวนการลักรถ นอกจากจะต่อแพลักลอบข้ามแม่น้ำโขงแล้ว ก็ยังมีเส้นทางทางบกตามแนวตะเข็บชายแดนด้านจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะพื้นที่ ต.บ่อเบี้ย อ.บ้านโคก เนื่องจากช่วงหน้าแล้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ สามารถสัญจรไปตามเส้นทางธรรมชาติได้ง่าย หลักฐานที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ดี ได้แก่ป้ายทะเบียนรถจำนวนมาก ที่ถูกถอดทิ้งไว้ในป่า

เรื่องนี้ใช่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ระแคะระคาย เพราะ พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ ก็มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้มงวดกวดขันในกรณีดังกล่าวอยู่แล้ว

ย้อนไปเมื่อราวตีหนึ่งวันที่ 20 ก.พ. พล.ต.ต.สุทธิพงศ์สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรถปิกอัพโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียน กอ 9647 อุบลราชธานี หลังได้รับการประสานจาก สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี ว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวเข้าแจ้งความรถหายขณะจอดไว้หน้าบ้านใน ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

รถกระบะรุ่นยอดฮิต

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบรถคันดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าสู่ จ.อุตรดิตถ์ บนทางหลวงหมายเลข 11 (สายเอเชีย) อุตรดิตถ์-พิษณุโลก และแวะจอดที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.ป่าเซ่า อ.เมืองอุตรดิตถ์ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบตรงกับรถยนต์ที่แจ้งหายไว้

สอบสวนนายเทวัญ สังข์ทอง คนขับรถอ้างว่า รถคันดังกล่าวยืมมาจากเพื่อน เพื่อจะไปหาเพื่อนอีกคนที่ จ.พะเยา เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบ พร้อมนำตัว คนขับไปสอบสวนขยายผลที่โรงพักเมืองอุบลราชธานี

เช้าวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ประสานพล.ต.ต. ประกอบ พลเตชา ผบก.ตชด.ภาค 3 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ และชุดสืบสวน สภ.บ้านโคก, เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน (กก.ตชด.) 31 พิษณุโลก และฝ่ายปกครองจังหวัดอุตรดิตถ์และอำเภอบ้านโคก พร้อมหน่วยสวาท ลงพื้นที่หมู่ 1 ต.บ่อเบี้ย อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ หลังได้ข้อมูลว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยซึ่งไม่ใช่รถยนต์ของคนในพื้นที่และป้ายทะเบียนต่างจังหวัดเข้ามายังหมู่บ้านบ่อเบี้ย ที่ห่างจาก ชายแดนสปป.ลาว เพียง 5 กิโลเมตร คาดว่าเป็นกลุ่มขบวนการลักรถเตรียมลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักร

ฟอร์จูนเนอร์ซุกใต้บ้าน

 

เจ้าหน้าที่เดินเท้าลัดเลาะไปไหล่เขา พื้นที่ทางการเกษตร จุดที่พบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นบ้านพักอาศัยของ ชาวบ้าน 3 หลังปลูกสร้างบนเขา และซอยลึกท้ายหมู่บ้าน หลังแรกที่โรงรถหลังบ้าน พบรถปิกอัพสี่ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน สกลนคร และสีเทา ป้ายทะเบียน ชลบุรี จอดล็อกกุญแจ

หลังที่สอง พบรถปิกอัพสี่ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่โรงรถท้ายบ้านเช่นกัน ส่วนบ้านหลังที่ 3 พบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 7 ที่นั่ง สีขาว ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดใต้ถุนบ้านไม้ยกพื้น ซึ่งทำเป็นที่จอดรถ โดยนำผ้าใบปิดอำพรางไม่ให้เห็นว่ามีรถจอดภายใน มีการล็อกกุญแจประตูที่จอดรถแน่นหนา

พ.ต.ท.เมธี ถิ่นจอม สารวัตรการข่าว กก.ตชด.31 พิษณุโลก กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าของบ้านทุกหลังปฏิเสธ ไม่รู้ว่ารถยนต์ทั้ง 4 คันเป็นของใคร มาจอดที่บ้านได้อย่างไร เนื่องจากเจ้าของไม่ได้พักอาศัยบ้านเป็นประจำ บางหลังเป็นบ้านร้าง เบื้องต้น ตรวจสอบป้ายทะเบียนถูกต้อง และไม่มีการแจ้งหาย

เจอป้ายทะเบียนทิ้งริมป่า

 

พล.ต.ต.สุทธิพงศ์กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจว่า ได้ตรวจยึดรถยนต์ทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบ ขณะเดียวกันได้สอบสวนเชิงลึกกลุ่มขบวนการ กรณีมีส่วนพัวพันกับจนท.ตร.ได้รายงานให้ผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 ทราบแล้ว ล่าสุดมีคำสั่งตำรวจภูธรภาค 6 ให้ ผกก.สภ.บ้านโคก ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร ภาค 6 โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม ทั้งนี้หาก เจ้าหน้าที่ของรัฐไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบหลักฐานมีการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

“ในระยะนี้พบว่ามีความพยายามของกลุ่มขบวนการลักลอบนำรถออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย นำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ข้ามชายแดนไปยังประเทศ เพื่อนบ้าน บริเวณชายแดน อ.บ้านโคก เนื่องจากเป็นช่วงหน้าแล้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ สัญจรไปตามเส้นทางธรรมชาติที่กว้างได้ง่าย หรือใช้เส้นทางเข้าไร่ของ ชาวบ้าน ไม่มีผู้คนอาศัย จึงกลายเป็นพื้นที่ เป้าหมายของกลุ่มขบวนการส่งรถข้ามแดน จึงกำชับให้มีความเข้มงวดเป็นพิเศษ” พล.ต.ต.สุทธิพงศ์กล่าว

ยึดไปตรวจสอบ

 

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เส้นทางที่กลุ่มขบวนการมักนำรถยนต์ออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย พื้นที่ ต.บ่อเบี้ย อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ออกไปแล้วกว่า 700 คัน เป็นรถยนต์กว่า 300 คัน ที่เหลือคือ รถจักรยานยนต์ โดยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ ที่เป็นยอดนิยม ซึ่งขณะที่ จนท.ตรวจลาดตระเวนตามเส้นทางก็ยังพบป้ายทะเบียนรถจำนวนมากถูกถอดและทิ้งไว้ในป่า

ถ้าไม่ใช่รถขโมยมา ก็น่าจะเป็นรถหนีไฟแนนซ์ เอามาซุกไว้รอส่งออกชัวร์

บุญพิมพ์ ใบยา
เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน