เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดตัวเป็นผู้สมัครของพรรค ประชาธิปัตย์ร่วมกับผู้สมัครอีก 13 คนว่า ตนอยากทำงานการเมืองเพื่อผลักดันนโยบายผ่านพรรคการเมืองที่มีความเข้าใจในพื้นที่กทม. และมีความผูกพันกับกทม. ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีสิ่งเหล่านี้มาอย่างยาวนาน โดยยังมีเครือข่ายทั้งส.ก. ส.ข. รวมถึงเคยมีส.ส.และผู้ว่าฯกทม. อีกทั้งยังเป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของอย่างแท้จริง เป็นสถาบันการเมือง และเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกคน ≠≠
นอกจากนี้ตนเห็นว่ายังมีอีกหลายปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข หากไปอยู่กับพรรคที่ไม่ได้เป็นสถาบันอย่างแท้จริง หรือเป็นพรรคเฉพาะกิจ อาจทำให้เกิดปัญหาในการผลักดันการดำเนินงานในหลายเรื่อง จึงมั่นใจว่าการจะผลักดันเรื่องต่างๆ พรรคประชาธิปัตย์จะช่วยทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไม่ไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)กับพล.ต.อ.อัศวิน çขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯกทม. ซึ่งเป็นบิดา เพราะมี ปัญหาเรื่องการจัดวางตัวผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ตนและบิดาแม้มีความต้องการให้ประเทศไทยดีขึ้น แต่มีเส้นทางที่เลือกแตกต่างกันไป แต่ยอมรับว่าพรรครวมไทยสร้างชาติและอีกหลายพรรคเคยมาทาบทามตน รวมถึงบิดาเคยมาชักชวนหลายครั้งให้ไปอยู่ด้วยกัน แต่ตนได้อธิบายตามเหตุผลข้างต้นไปแล้ว ซึ่งตนและบิดาก็เข้าใจกัน ตอนนี้ตนมาเสนอเป็นตัวเลือกหนึ่งในพื้นที่เขตคลองเตย-วัฒนา จึงต้องขยันทำงานในพื้นที่ให้มาก เพื่อทำให้ประชาชนในพื้นที่นี้เห็นว่าตนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ต่อข้อถามว่ามั่นใจแค่ไหนที่จะชนะเลือกตั้ง ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า เขตนี้เป็นเขตที่มีผู้สมัครมีชื่อเสียงและมีศักยภาพหลายคน ซึ่งตนไม่ได้คิดเรื่องความมั่นใจว่าจะชนะหรือไม่ แต่มั่นใจว่าจะทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นทางเลือกที่ดีให้กับประชาชน ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่เป็นลูกชายของอดีตผู้ว่าฯกทม.จะทำให้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบผู้สมัครคนอื่นหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะบิดาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะมีการแข่งขันทางการเมือง แต่ไม่ได้เป็นศัตรูกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าบิดาได้ให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ท่านบอกแค่ว่าต้องขยันกว่าคนอื่น เพราะตนเป็นคนหน้าใหม่ ไม่ได้เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์สูงกว่าคนอื่น บิดาอยากให้ตนประสบความสำเร็จ แต่เนื่องจากท่านเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องไปช่วยพรรคนั้นด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ระบุว่าเหตุผลหนึ่งที่มาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ตนได้พูดคุยขอคำแนะนำจากนายอภิสิทธิ์มาตลอด จนกระทั่งถึงวันที่ตัดสินใจมาเข้าอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์
ต่อข้อถามว่าจะเชิญนายอภิสิทธิ์มาช่วยหาเสียงในเขตคลองเตย-วัฒนา หรือไม่ ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ตนจะไปขอคำแนะนำจาก นายอภิสิทธิ์เรื่องการหาเสียง เชื่อว่าจะได้รับคำแนะนำที่ดี เพราะท่านเคยเป็นส.ส.ในเขตนี้ เมื่อถามถึงความมั่นใจต่อกระแสของพรรค ประชาธิปัตย์ในกทม. ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า จากผลการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ส.ส.เลย อาจถือว่ามีความ เสียเปรียบพรรคอื่น แต่การเลือกตั้งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ขณะที่การทำงานทางการเมืองควรทำในสิ่งที่เรามีความเชื่อ และจะสามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชน ตนจึงเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ตอบโจทย์ แม้ตอนนี้จะยังไม่มั่นใจว่าจะชนะหรือแพ้ แต่สิ่งที่มั่นใจคือต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับเขตนี้