ภายหลังเพจดัง ของชาวขอนแก่น โพสต์เตือนหนุ่มกลัดมันทั้งหลาย ให้ระวังสาวแสบก่อเหตุลวงขายบริการ ก่อนให้แฟนหนุ่มตามไปตบทรัพย์ พร้อมระบุว่าโดนกันมาหลายรายแล้วด้วย ทำเอาตำรวจเมืองขอนแก่นถึงกับนั่งไม่ติด เพราะนอกจากจะเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านแล้ว มันยังเป็นการทำลายภาพพจน์ของเมืองขอนแก่นอีกด้วย

เที่ยงคืนเศษ วันที่ 26 ก.พ. พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.เมธี ศรีวันนา รอง ผกก.ป.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.ศิวนัส สุวรพันธ์ สวป.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังตำรวจสายตรวจกว่า 20 นาย สนธิกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณ ถ.หน้าศูนย์ ราชการและถ.เทพารักษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อติดตามตัวน.ส.ออย หญิงสาวที่ลวงขายบริการก่อนโทร.ตามแฟนหนุ่มไปก่อเหตุ ตบทรัพย์เหยื่อ รวมทั้งเป็นการป้องกันปราบปรามหญิงสาวที่มารอเสนอขายบริการริมถนน

ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากโซเชี่ยลมีเดียในจังหวัดขอนแก่น โพสต์เตือนหนุ่มๆ นักเที่ยวกลางคืนอาจเจอเหตุการณ์ที่นำไปสู่การ เสียทรัพย์ โดยระบุข้อความว่า “สมาชิกเพจ KKL แจ้งเข้ามาครับ เตือนหนุ่มนักเที่ยว ระวังผู้หญิงชื่อออย หาเหยื่อหน้าศาล เเล้วโทร.บอกผัวว่าอยู่โรงเเรมไหน แล้วตามไปตบทรัพย์คือปล้น โดนมาหลายคนเเล้ว ผัวตัวเตี้ยดำ คุมเเถวนั้นพกปืน ขับรถเรียกอย่าจอดนะหนุ่มๆ ขอนเเก่นเสียภาพหมด ฝากท่านผู้ว่าราชการด้วยครับ หน้าศาลเเท้ๆ ยังกล้า ใครผ่านเเถวนั้นลองสังเกตครับ เสียภาพเมืองหมดขายกันเเบบโจ่งแเจ้งมาก”

เพจดังโพสต์เตือน

ขณะที่ผลการตรวจค้นไม่พบตัวน.ส.ออยและแฟนหนุ่ม แต่ เจ้าหน้าที่พบหญิงจำนวน 9 คน และผู้ชายจำนวน 1 คน จึงได้ควบคุมตัวมาที่สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อทำประวัติพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “เข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณะ หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย หรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน” โดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

พ.ต.อ.ปรีชาเปิดเผยว่า ภายหลังทราบจากทางโซเชี่ยลมีเดีย ที่โพสต์และแชร์เรื่องราวดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมาก จึงสั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ในเบื้องต้นนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่จากการพูดคุยกับผู้ที่ถูกควบคุมตัวมา ทราบว่าน.ส.ออย ที่มีชื่อปรากฏในโซเชี่ยลมีจริง แต่ไม่ได้ออกมาบริเวณดังกล่าวหลายวันแล้ว หลังจากที่มีการโพสต์เรื่องราวในโลกโซเชี่ยล

ตร.ลงพื้นที่หาข้อมูล

แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้ผู้เสียหายได้มีการเข้ามาแจ้งความเอาผิด เพราะตำรวจจะได้ดำเนินการตามกฎหมายได้ นอกจากนี้ จะได้ให้ตำรวจสายตรวจออกตรวจบริเวณถนนหน้าศูนย์ราชการ เพื่อป้องปรามไม่ให้มีกลุ่มหญิงและกลุ่มชายออกมาสร้างความรำคาญ ซึ่งจะทำลายภาพพจน์ของเมืองขอนแก่น

แม้นปฏิบัติการคืนแรกยังไม่พบตัวสาวออย แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่หยุดตามหา กระทั่งคืนถัดมาเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากพเมืองดี ว่ามีหญิงชายยืนอยู่ที่ ถ.เทพารักษ์ ข้างไปรษณีย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีการเรียกผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาเพื่อพูดคุยชักชวนให้มาใช้บริการทางเพศ จึงไปตรวจสอบพบ น.ส.วิไลพร หรือออย อายุ 21 ปี และนายรุ่งโรจน์ หรือ หนุ่ม อายุ 45 ปี สอบถามทราบว่าเป็นแฟนกัน

สาวออยกับแฟนหนุ่มยังปฏิเสธ

น.ส.วิไลพร ทราบว่าตนได้มายืนที่จุดนี้เพื่อชักชวนผู้ที่สัญจรไปมา ให้มาใช้บริการทางเพศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบถาม ทั้ง 2 ว่าได้เสพยาเสพติดมาหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองมีท่าทางเหมือนคนเสพยาเสพติด

สุดท้ายทั้งคู่ยอมรับว่าเสพยาบ้ามาจริงก่อนหน้านี้ จำนวน 2 เม็ด แต่ให้การปฏิเสธในเรื่องการตบทรัพย์หนุ่มนักเที่ยวตามที่กล่าวอ้างในสื่อโซเชี่ยล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวผู้ต้องหามาที่สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อตรวจสารเสพติดในร่างกายเบื้องต้น ผลการตรวจเบื้องต้นมีผลเป็นบวก

กวาดมาทำประวัติ-ปรับ

พ.ต.อ.ปรีชาเผยว่า เบื้องต้นทั้งคู่ถูกดำเนินคดีข้อหาเสพยาก่อน ส่วนความผิดเกี่ยวกับเรื่องตบทรัพย์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องรอให้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์ตามขั้นตอน เพื่อจะได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมายต่อไป

การตามตัวคนร้ายไม่ใช่ปัญหาแล้ว แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือเจ้าทุกข์จะยอมเผยตัวออกมาแจ้งความหรือไม่เท่านั้น

เอกพงษ์ พุทธา, จักรพันธ์ นาทันริ เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน