เตรียมเป็นคุณแม่ลูก 2 แล้ว ‘แพรวพราว แสงทอง’ หมอลำซิ่งสาวเสียงหวาน หัวหน้าวงแสงทองฟินแลนด์ แต่ก็ยังขึ้นเวทีคอนเสิร์ตกับสามี ‘ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์’ สร้างความสุขให้แฟนๆ อยู่ทุกคืน
วันนี้มีโอกาสได้เจอคุณแม่หมอลำที่ตั้งท้อง 5 เดือนกว่าแต่ก็ยังสวยใสออร่าเปล่งประกาย เลยชวนมาคุยอัพเดตชีวิตที่จูงมือสามีฝ่าดราม่าจนมาถึงวันนี้

◆ เตรียมตัวเป็นคุณแม่ลูกสอง อุ้มท้องร้องลำเหมือนเดิม?
แพรวพราว – “ท้องสองนี้ก็คุยกับเขา เขาอยากให้พักหลังสงกรานต์ เพราะเรารับงานวันสุดท้ายคือวันไหลพัทยา วันที่ 18 เมษายน แล้วหลังจากนั้นเราก็ไปทำคอนเสิร์ตกลุ่มปิดที่บ้าน เป็นการไลฟ์สตรีมที่บ้านแทน เพราะเราก็กลัวลูกน้องเราไม่มีงาน ไม่มีเงิน จริงๆ ท้องนี้งานจ้างเราก็ยังรับไหว เพราะตอนท้องนาริตะ ท้องโตก็ยังขึ้นเวทีได้ ตอนนี้ 5 เดือนกว่าแล้ว หลังเมษาก็ 7-8 เดือนใกล้คลอดก็เลยไม่อยากหักโหม เราอยากมีเวลาให้ครอบครัวด้วย ทำงานแล้วคิดถึงลูก ก็อยากมีเวลาให้เขา แต่เรื่องงาน เรื่องวงเราก็ไม่ทิ้ง เรามีแผนสำรองไว้ให้ทีมงาน”

◆ ท้องสองทราบเพศหรือยัง?
แพรวพราว – “ผู้ชายค่ะ ตั้งชื่อ น้องโตเกียว พี่นาริตะเขารู้แล้วว่าจะมีน้อง จะบอกเขานี่นะลูก น้องอยู่ในนี้ น้องชื่อโตเกียวนะคะ เราก็พูดกับเขาทุกวันว่าน้องอยู่ในท้องแม่นะ แล้วเขาจะมาคุยกับน้อง อาตี๋เกียว บอกให้จุ๊บเขาก็จุ๊บ ล่าสุดจะเอามือมาล้วงเข้า ไปหาน้อง บางทีก็พูดว่า เกียวออกมาได้แล้ว เกียวมาเล่นกับ ตะเร็ว”
◆ แฟนๆ ชื่นชมแพรวพราวหญิงแกร่ง มีแนวคิดในการบริหารวงอย่างไร?
แพรวพราว – “เรื่องของการบริหารวง เรามีประสบการณ์ตั้งแต่คุณแม่ยังอยู่ ซึมซับมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งแม่ไม่อยู่ เราต้องคิดแล้วว่าฉันต้องดูแลทุกคน เราได้แนวคิดคำสั่งสอนจากคุณแม่ และมีเพื่อนซี้ นิลุย ชาแนล ที่ช่วยเราบริหารวง คือเขาเป็นแขนเป็นขาให้เราได้เลย การบริหารวงทำงานกับคนคือเหนื่อยมาก แต่เราก็มีวิธีจัดการกับเขา อย่างลูกน้องในวงเขามาอยู่กับเราแล้ว เราก็รักเขาเหมือนคนในครอบครัว เราก็อยากให้ทุกคนมีกินมีใช้ กินดีอยู่ดี เราไปทำบ้านพักที่ขอนแก่น ทำหอพักที่บ้าน เราก็อยากให้เขาอยู่สบาย ไปงานเดินทางมันลำบาก บางทีไปเจอฝน ไปเจออุปสรรคก็เหนื่อย เราก็อยากมีที่รองรับให้ทีมงานได้อยู่สุขสบาย สำหรับแพรวเรื่องงานสู้อยู่แล้ว”

◆ แต่ก็มีดราม่ากับลูกน้องในวงตลอด มีคิดไหมว่าเราทำคุณคนไม่ขึ้น?
แพรวพราว – “ก็มีค่ะ แต่แพรวเชื่อว่าเราทำดีมันต้องได้ดี ถึงแม้ว่าบางคนบางช่วงเขาอาจจะไม่ได้เห็นความดีของเรา เขาอาจจะมองข้าม หรือทำคุณคนไม่ขึ้น แต่แพรวเชื่อเสมอว่าถ้าเราทำดี เราต้องได้ดี แล้วคนไหนที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ ชีวิตเขาก็จะดี แพรวยังคงคอนเซ็ปต์ว่า ใครที่อยู่กับแพรว แพรวให้ใจทุกคนเต็มร้อย จะได้กลับมา 20 30 50 แพรวไม่แคร์ คิดแค่ว่าเราทำเต็มที่แล้ว มีความสุขแล้ว ที่แสงทองฟินแลนด์มีงานจ้างตลอด เพราะหนึ่งขึ้นอยู่กับผลงาน สองเพราะเราซื่อสัตย์ เราทำดี ไม่เคยเบียดเบียนใคร มันก็ส่งผลให้เรามีงานอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดมือ”
◆ บ้านแสงทองฟินแลนด์มีดราม่าตลอด ยิ่งดราม่าก็ยิ่งดัง?
แพรวพราว – “ใช่ มีตลอด ก็ขอบคุณดราม่าที่ทำให้เราไม่หายไปจากโซเชี่ยล(หัวเราะ) รับมือได้ค่ะ ไม่มีอะไรหนักไปกว่าแม่เสียชีวิตแล้วค่ะ ตอนนั้นท้องโตด้วย ทุกวันนี้ไม่กลัวอะไรแล้ว อะไรมาคือชนหมด”

◆ ได้คู่ชีวิต ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ มาช่วยส่งเสริมกัน ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น?
แพรวพราว – “ดีขึ้นมากค่ะ เขาเป็นเด็กที่มีระเบียบ ค่อนข้างเจ้ากี้เจ้าการหน่อย เขามาแล้วช่วยจัดแจงให้เรา ช่วยเหลือเรา แต่บางคนอาจจะไม่ชอบ คิดว่าเขาเป็นเด็กแล้วมาแบบนี้ แต่ที่จริงวุฒิภาวะเขามันเกินกว่าเด็ก แล้วเขาเข้ามามันมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ถ้าสังเกตหลังจากที่เขาเข้ามาแล้ว วงมันเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น เรื่องสื่อ การทำโซเชี่ยลออนไลน์มันก้าวหน้าล้ำหน้ามากขึ้น เพราะว่าเขาเป็นคนที่นำพาเรา เขาอาจจะไม่เก่งเรื่องการแสดง เรื่องร้องลำ เราก็สอนเขา ส่วนเราไม่เก่งเรื่องโซเชี่ยล เขาก็สอนเรา มันกลายเป็นว่ามันส่งเสริมกันและกัน”
◆ มีคนยอมรับในความสามารถของเขามากขึ้นแค่ไหน?
แพรวพราว – “ก็มีคนเริ่มยอมรับมากขึ้น เขาก็พิสูจน์ได้ในตัวเขา แต่คนมีอคติก็น่าจะยังมีอคติเหมือนเดิม ปีหน้าเขาจะไม่ได้ไปคอนเสิร์ตด้วยแล้ว คือเขาอยากไปลุยธุรกิจมากกว่า เขาคิดว่าสายงานการแสดงมันไม่มีอะไรแน่นอน ถ้าโควิดมาก็จบ งานไม่ได้ไปต่อ เขาก็คิดว่าเราจะมาจมอยู่ด้วยกันไม่ได้ เขาต้องไปดูแลบริหารธุรกิจของเขาให้เติบโตมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะซัพพอร์ตครอบครัว ส่วนแพรวก็ยังแสดงเหมือนเดิม อีก 2-3 ปีเราอาจจะไปทำงานเบื้องหลัง แต่ไม่ทิ้งลูกน้องทีมงานแน่นอน ถ้าเขายังอยู่กับเรา”

◆ ได้คู่ชีวิตดี สามีดูแลดีเปย์หนักด้วย ใครเปย์เก่งกว่ากัน?
แพรวพราว – “น่าจะเป็นเขามากกว่า เมื่อก่อนต่างคนต่างเปย์ให้กัน แต่หลังๆ มาเขาเริ่มให้เรามากกว่า เขาเริ่มพิสูจน์ให้เราเห็นแล้ว เช่น เขาสร้างโกดัง เราก็ไม่ได้ไปช่วยเหลือเขาแม้แต่บาทเดียว และเขาสร้างบ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กัน ที่หลังใหญ่ๆ มีคนถามว่าหมดไปเท่าไหร่แล้ว เราไม่รู้เรื่องเพราะเขาทำเองหมด เขาอยากพิสูจน์ตัวเขาเอง ฉันนี่แหละคือหัวหน้าครอบครัวที่สามารถดูแลเธอได้ แล้วทำให้คนอื่นยอมรับในตัวของฉันให้ได้”
◆ ลบคำสบประมาทคนว่ามาเกาะแพรวพราว?
แพรวพราว – “ใช่ ก็ยอมรับในตัวเขา ที่จริงเขาเป็นคนเรียนไม่เก่งนะ เรื่องคิดเลขเขายังผิดๆ ถูกๆ อยู่ แต่เขาบริหารธุรกิจของเขาได้ เราก็ยังยอมรับว่าเขามีกึ๋นของเขา เขาทำธุรกิจขายออนไลน์ก็ถือว่าเขาประสบความสำเร็จมากเพราะว่าเขามีวาทศิลป์ในการพูด เขาก็สอนให้เราด้วย”

◆ ภูมิใจในตัวสามีเด็กคนนี้แค่ไหน?
แพรวพราว – “ภูมิใจมากอยู่แล้วค่ะ เพราะเขาเด็กกว่าเราตั้ง 12 ปี ภูมิใจที่เขาสามารถหาเงินแข่งกับเราจนเกินเราไปแล้ว เขาสามารถดูแลเราได้ ดูแลลูกได้ หลายๆ อย่างมันพิสูจน์ว่าถ้าสมมติเราไม่อยู่แล้วเธอดูแลลูกได้มั้ยเธอเป็นผู้ชาย เขาก็ดูแลได้ไม่มีปัญหา ถ้าสมมติวันนี้ฉันไม่มีรายได้เหมือนช่วงหนึ่งที่เพจปิดกั้นรายได้แพรว รายได้ฉันอยู่ในนี้เยอะเลยนะ เขาก็ใช้คำพูดที่ว่า ไม่เป็นไร ถึงแม้เธอไม่มีรายได้ ฉันก็ยังมีซัพพอร์ตเธอ เขาก็พิสูจน์ให้เราเห็นหลายอย่าง ที่สำคัญตั้งแต่วันแรกที่เขาไปงานคอนเสิร์ตจนถึงวันนี้ เขาไม่เคยถามเอาค่าตัวแม้แต่บาทเดียว เราไม่ได้ให้เขาเลย ก็มีรถบีเอ็มนั่นแหละที่เราเปย์เขาหนักๆ ก็ให้แค่นั้น แต่หลังจากนั้นให้เขาเปย์เรา(หัวเราะ) ที่เขาสร้างบ้านหลังใหญ่ขยาย เพื่อลูก ใกล้เสร็จแล้ว เหลือบิลต์อิน คิดว่าน่าจะแตะหลัก 10 ล้าน เพราะต้องทำน้ำพุหน้าบ้านด้วย ต้องจัดใหญ่หน้าบ้าน ทำสวนหน้าบ้าน”

◆ บางคนมองว่าอวดรวย?
แพรวพราว – “สำหรับเราไม่นะ เราก็สู้กันมา เหนื่อยกันมา ไม่ใช่ว่ามาแล้วได้แบบนี้เลย จริงๆ เราเป็นคนไม่ติดหรูอยู่แล้ว แต่บางทีเขาโพสต์ เขาเป็นเด็กที่เกิดมาจากครอบครัวที่ขาด บางทีเข้าใจเขานะ เธอไม่ต้องโพสต์หรอกเดี๋ยวเขามองว่าเราอวด เขาก็บอกว่าบางทีที่ฉันอยากโพสต์ให้รางวัลชีวิตตัวเองบ้าง แล้วเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ใครจะมองว่าฉันอวดก็แล้วแต่ แต่ก็ไม่ได้แบบเว่อร์วังอะไรขนาดนั้น”
วีรนุช จันทำ