เปิดตำรา ‘ร่ำรวย’ด้วยหลักธรรม!

ฝึกจิต

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นยุคขาลงของเศรษฐกิจโลก ยิ่งเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์โรคโควิด-19 ระบาด ก็ยิ่งทำให้ทั่วทุกมุมโลกประสบปัญหาด้านการเงิน ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายล้วนแต่ทรุดโทรมกัน ทั่วหน้า ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งยักษ์ใหญ่ไฟแรงอย่างจีน ที่เศรษฐกิจก็กำลังชะลอตัว รวมทั้งมหาเศรษฐีระดับโลกหลายต่อหลายคน ที่บ่นกันอุบเพราะเงินในบัญชีต้องหดหายไปนับร้อย นับพันล้านๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทยยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง ประชาชนทุกระดับส่วนใหญ่โดนพิษภัยของปัญหา ทำให้เงินในกระเป๋าต้องร่อยหรอลงในขณะที่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างดุดัน! ไม่เกรงใจใคร!

เมื่อเป็นกระแสโลก ทุกคนในโลกส่วนใหญ่จึงได้รับผลกระทบ ไม่เว้นแม้กระทั่งนักบุญ หรือ ผู้ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งจะต้องได้รับผลความฝืดเคืองอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่สำหรับท่านที่มีปกติให้ทาน รักษาศีล สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนาอยู่เป็นประจำ เมื่อล้มก็อาจลุกได้รวดเร็วกว่า หรือ อาจได้รับผลกระทบที่ไม่รุนแรงจนถึงกับหาทางออกไม่ได้

ยิ่งหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ที่ชวนให้ปฏิบัติเพื่อใช้ฝ่าฟันวิกฤตการณ์ด้านการเงินที่มีอยู่อย่างมากมาย ขอเพียงปฏิบัติให้จริง ทำให้ต่อเนื่อง อย่างไรผลแห่งการปฏิบัติจะต้องมี

ประการที่ 1 “ชาวพุทธควรรักษาศีล 5 ให้ครบถ้วน” หากไม่สามารถทนได้ จำต้องละเมิดจริงๆ ก็ขอให้เว้นให้ได้อย่างน้อย 2 ข้อ คือ ศีลข้อ 2 การไม่ลักทรัพย์ ไม่ฉ้อฉลคดโกงใคร และ ศีลข้อ 5 การไม่ดื่มสุราเมรัย ของเสพติดมึนเมาทุกชนิด เพราะผลจากการละเมิดศีลข้อ 2 จะตัดลาภ ทำลายทรัพย์ให้พินาศย่อยยับ ด้วยเภทภัยประการต่างๆ ส่วนโทษของการละเมิดศีลข้อที่ 5 คือ การปู้ยี่ปู้ยำทำลายสติปัญญาของตัวให้ถดถอย ทำให้ไม่สามารถสร้างชีวิตที่เจริญงอกงาม สู้พิษภัยใดๆ ที่เกิดขึ้นในโลกได้

ประการที่ 2 “หมั่นทำทานให้บ่อยครั้ง” ควรทำทุกครั้งที่มีโอกาส กับคนและสัตว์ ในรูปแบบใดก็ได้ จะมากจะน้อยสำคัญไม่เท่ากับการทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการถวาย ‘สังฆทาน’ คือ ทานที่ไม่เจาะจงสงฆ์ผู้รับ ซึ่งมีอานิสงส์มากและให้ผลไว ถ้าเป็นไปได้ควรทำทุกวัน อาจจะครั้งละ 5 บาท 10 บาท หย่อนลงตู้ที่เขียนว่าสังฆทาน ยิ่งเดี๋ยวนี้โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาท ยิ่งทำให้ทำบุญง่ายขึ้นเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ก็สามารถโอนเงินในบัญชีไปร่วมบุญต่างๆ ได้ทั่วโลก! แต่ถ้าหากหาโอกาสทำทุกวันไม่ได้ อย่างน้อยควรทำสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อให้กระแสบุญเกิดความต่อเนื่องส่งผลอย่างไม่ขาดสาย จนความแปรปรวนของโลกไม่อาจเจาะทำลายปราการแห่งกุศลของเราได้

ประการที่ 3 “ต้องมีสัจจะในเรื่องการเงิน” ถ้าตกลงอะไรกับใครไว้ ต้องทำตามที่ลั่นวาจาไว้ ยืมเงินใคร ก็ต้องคืนให้ตรงเวลาอย่างครบถ้วน เหตุผลร้อยแปดพันประการอาจอ้างกับเจ้าหนี้ได้ แต่ไม่สามารถอ้างกับกฎแห่งกรรมได้ ดังนั้นต้องไม่ทำให้ใครเสียประโยชน์เพราะความโลเล ความพลาดพลั้ง หรือ การหลงลืมของเราโดยเด็ดขาด

ประการที่ 4 “แสดงความกตัญญูให้ประจักษ์” ด้วยการดูแลเอาใจใส่บุพการี ผู้มีพระคุณให้ดีที่สุด หยุดอ้างว่างานยุ่ง หนี้เยอะ เงินเดือนน้อย และอย่าตระหนี่ถี่เหนียวกับบุคคลที่ให้ชีวิต หรือ เลี้ยงดูเรามาโดยเด็ดขาด

ประการที่ 5 “สร้างผลคาถามหาลาภ” คือ นอกจากจะสวดมนต์ในบทปกติแล้ว ควรศึกษาบทสวดมนต์ หรือ พระคาถาต่างๆ ของครูบาอาจารย์ที่มีความเคารพศรัทธา โดยเน้นที่บท ‘คาถามหาลาภ’ เพิ่มเติมด้วย เช่น ‘คาถาเงินล้าน’ ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ‘คาถามหาจักรพรรดิ’ ของหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ‘คาถาพระฉิมพลี’ ของ คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ‘คาถาพระสีวลี’ หรือ พระคาถาอื่นๆ โดยเลือกเอาตามใจชอบ แล้วให้หมั่นสวด หรือ หมั่นภาวนาในใจอย่างจริงจัง ด้วยพระคาถานั้นตลอดทั้งวันในทุกขณะที่นึกขึ้นได้ ข้อสำคัญ คือ ต้องสวดด้วยใจเคารพเพื่อบูชาพระรัตนตรัย อย่าสวดด้วยความต้องการว่าอยากรวยโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะเกิดผลได้ยาก เพราะจิตประกอบด้วยโลภะเจตนาจนเกินไป

ประการที่ 6 “ทำบุญพิเศษที่เกื้อหนุนโชคลาภ” เช่น ทำบุญบอกทาง ไปวัด ร่วมบุญทำป้ายวัด หรือ ซุ้มประตูวัด เพราะเป็นการชี้บอกหนทางไปสู่ความดี หรือ ร่วมบุญช่วยค่าน้ำมันรถพระสงฆ์สามเณร ตลอดจนร่วมบุญยานพาหนะที่นำคนไปสู่ความดีในรูปแบบต่างๆ เพราะพระพุทธเจ้าตรัสรับรองว่า การให้พาหนะ ขึ้นชื่อว่าให้ความสุข อีกทั้งยังเป็นการสร้างอานิสงส์แห่งความคล่องขึ้นให้มากยิ่งขึ้น หรือ การทำบุญโลงศพช่วยคนจน ตลอดจนผู้เดือดร้อน ซึ่งมีอานิสงส์คลายความทุกข์ร้อนให้แก่ผู้อื่น ก็ย่อมทำให้ความทุกข์ร้อน อุปสรรค ปัญหาของเราเบาบางตามไปด้วย ที่สำคัญการงานก็จะยิ่งคล่องตัวมากขึ้น หรือ ทำบุญสร้างอาสนสงฆ์ ถวายธรรมาสน์ ถวายเบาะนั่งสมาธิ เป็นต้น เหล่านี้ย่อมเกื้อกูลหนุนให้สูงขึ้นด้วยความดี

ประการที่ 7 “ร่วมบุญกฐินทุกปีให้มากเท่าที่จะทำได้” เพราะบุญกฐินเป็นบุญกาลทาน ที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดด้วยพระองค์เอง จึงทำให้มีอานิสงส์พิเศษจำเพาะ ยิ่งที่สามารถทำได้มาก ทำได้ต่อเนื่องทุกปี อย่างน้อย 3 ปีติดต่อกันขึ้นไป ย่อมทำให้ฐานะมั่นคงทรงตัวมาก หากินคล่อง การงาน การเงินคล่องตัวเป็นพิเศษ ปรารถนาทำกำไรย่อมสมหวัง

ประการที่ 8 “อย่าปล่อยให้จิตคิดริษยาใคร” เมื่อคนอื่นได้ดีมีโชคลาภ เช่น เห็นคนถูกหวยรวยเบอร์ เห็นคนได้รับมรดก รับทรัพย์ก้อนโต อย่าไปอิจฉาริษยา อย่าไปกล่าวประชดประชันเสียดสี บ่นกับคนอื่นก็ไม่ต้อง ยิ่งลงโซเชี่ยลอัพเดตสเตตัสแบบน้อยใจในโชคชะตานี่ต้องเลิกให้เด็กขาด! แต่ควรพลอยยินดีกับเขาไป หรืออย่างน้อยถ้าทำใจไม่ได้ก็ให้อยู่เฉยๆ

ประการที่ 9 “อุทิศส่วนกุศลแล้วสร้างอธิษฐานบารมี” เมื่อทำบุญทุกครั้งควรอุทิศส่วนกุศล พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานเพื่อกำหนดเป้าหมายในอานิสงส์แห่งบุญนั้น ดุจเดียวกับบัณฑิตชนผู้ฉลาดทั้งหลาย โดยอาจเพิ่มเติมคำอธิษฐานเพื่อความคล่องตัวในชีวิตว่า “…ขอบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้มีความคล่องตัวทุกประการ มีกินมีใช้ไม่หมด ไม่อดไม่จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานเทอญ…” เป็นต้น

ถ้าปฏิบัติตามนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นผู้มีเกราะแก้ว คือ ทาน ศีล ภาวนา และ พระรัตนตรัย คอยคุ้มครองรักษา ทำให้สามารถอยู่ในโลกที่ฝืดเคืองและเต็มไปด้วยปัญหาได้อย่างปลอดภัย และมีชีวิตผ่านวิกฤตช่วงนี้ หรือช่วงไหนๆ ได้อย่างสบาย

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน