‘นาว’เบรกงานบันเทิงเลือกสบายใจเรียนต่อนอก
อาทิตย์ใส
เตรียมบินไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย โดยสาว ‘นาว’ ทิสานาฏ ศรศึก บอกว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ เพราะต้องทิ้งวงการไประยะหนึ่งในช่วงที่ตัวเองกำลังรุ่ง กลับมาไม่รู้จะเป็นอย่างไร
แต่ก่อนไปเจ้าตัวยังได้ทิ้งทวนงานละคร “สร้อยนาคี” ที่กำลังออกอากาศทาง ช่อง 7HD ไว้ให้แฟนๆ ได้ชม
คาแร็กเตอร์ใน สร้อยนาคี?
นาว – “เป็นเจ้าแม่นาคีที่มีพลังอำนาจสูงสุด ยึดถือในคำมั่นสัญญา ใครที่บนบานสัญญาอะไรไว้ก็ต้องมาทำตาม คือเราอยู่ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน อยู่ยาวเลยพันปี เครื่องทรงแต่งเยอะมากใช้เวลาเป็นชั่วโมง ถามว่าบทนี้ท้าทายยังไง นาวว่าท้าทายในเรื่องการถ่ายทำ เราเป็นผี มันจะมีเดี๋ยวหายตัว บางทีนักแสดงท่านอื่นถ่ายกันอยู่ ก็ต้องคัตเพื่อให้เราเข้าฉาก ถ้าซีนนั้นเป็นซีนร้องไห้ นาวต้องดึงอารมณ์ตัวเองไว้ก่อน เพื่อที่เข้าฉากแล้วต้องเล่นเลย ต้องร้องไห้ได้เลย มันยากตรงนั้น”
เรื่องนี้เลิฟซีนเร่าร้อน?
นาว – “ไม่เท่า แม่เบี้ย ค่ะ (เร่าร้อนสำหรับ บลิว วรพล พระเอกของเรื่อง?) น้องอาจไม่เคยเล่นเลิฟซีนแบบนี้ นาวบอกน้องเล่นไปเลย เราพยายามไม่เกร็ง ความเกรงใจมันมีอยู่แล้ว เราเป็นผู้หญิงถ้าเราเกร็ง น้องเขาก็ต้องเกร็งกับเราด้วย แต่ถ้าเราไม่เกร็งน้องเขาก็จะไม่รู้สึกเกร็งกับเรามาก จริงๆ ถ่ายกันมาระยะนึงแล้ว ไม่ใช่ซีนแรกแล้วเข้าฉากเลิฟซีนด้วยกันเลย อันนั้นน่าจะโหดสำหรับน้อง น้องบอกน้องเขิน แต่ว่า ณ ตอนนั้นที่น้องเล่น นาวไม่ได้รู้สึกว่าน้องเขิน รู้สึกว่าน้องทำได้ดี”
ก่อนหน้าเล่นเกี่ยวกับงูเล็ก ครั้งนี้พญานาค งูใหญ่เลย?
นาว – “เดี๋ยวรอบหน้าเป็นมังกรแล้ว(หัวเราะ) อาจด้วยที่เราเรียนนาฏศิลป์ คนเลยติดภาพว่าต้องใส่ชุดไทย ต้องพีเรียด เรียบร้อย จริงๆ นาวดีใจนะที่เวลาละครหรือหนังที่มีความเป็นไทยแล้วคนนึกหน้าเรา แต่หลังๆ เริ่มเลือกแล้วว่าขอพักพีเรียดก่อนได้มั้ย อยากเป็นปกติบ้าง(หัวเราะ) ไม่ได้อะไรนะ อยากเล่นทุกเรื่อง แต่พอเห็นฟีดแบ็กผู้ชมที่บอกอยากเห็นนาวในบท อื่นๆ บ้าง ซึ่งเราเองก็อยากลองดูเหมือนกัน”
อยากชาลเลนจ์ตัวเองในบทบาทใหม่ๆ?
นาว – “ใช่ จริงๆ นาวบอกเสมอว่าอยากเล่นเป็นคนโรคจิต อยากลองดู รู้ว่ามันยาก อยากรู้ว่าตัวเองทำได้หรือเปล่า อยากเล่นเป็นโรคจิตที่ไม่ใช่แบบกรี๊ดกร๊าด เป็นโรคจิตแบบข้างในลึกๆ นั่งเหม่อลอยแล้วก็ฆ่าคน ดาร์กมาก เราต้องเล่นหนังแล้วแหละ (ยิ้ม)”
แต่มันจะข้ามพาร์ตการเป็นนางเอกไปเลย ไม่ติดใช่ไหม?
นาว – “ไม่ติดภาพว่าต้องเป็นนางเอก เราแค่อยากพัฒนาฝีมือ อย่างเรื่อง แม่เบี้ย ตอนแรกกังวลว่าจะเล่นได้มั้ยเพราะ ไม่เคยเลิฟซีนหนักขนาดนี้ กดดัน มันยากมากแล้วทุกคนคาดหวังด้วย สุดท้ายผ่านไปได้ เราก็ภูมิใจ ใจฟูเวลาเห็นคอมเมนต์ชื่นชม เลยอยากลองอะไรที่แปลกไปอีก อย่าง สร้อยนาคี ความดราม่าคนก็เห็นอยู่แล้ว แต่คนยังไม่เคยเห็นนาวในมุมอื่น คนเห็นอีโรติกแล้ว เซ็กซี่แล้ว แต่ยัง ไม่เคยเห็นนาวบ้าคลั่ง เป็นโรคจิต ยังไม่เคยเห็นนาวเล่นคอมเมดี้ เราก็อยากลอง”
งานทิ้งทวนก่อนไปเรียนต่างประเทศ?
นาว – “ส่งท้ายก่อนที่จะไปเรียน ไปหาประสบการณ์ ไม่อยากอยู่ว่างๆ อยู่ว่างได้วันสองวันก็เบื่อแล้ว เราอยากหาอะไรทำ อยากไปเรียนภาษาพูดได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงๆ ก็เรียนที่ไทยด้วยแต่อยากได้ประสบการณ์เพิ่มเติม อยากหาเวลาว่างทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ดีกว่าทิ้งไว้เฉยๆ คอร์สหลักๆ ดูไว้ประมาณ 6 เดือนค่ะ แต่ไม่ชัวร์ อาจน้อยหรือมากกว่านั้น”

คุยกับผู้ใหญ่ที่ช่อง ยังไง เราไปนาน?
นาว – “ให้ผู้จัดการ เคลียร์เลยค่ะ ขอใช้เวลาไปหาประสบการณ์ ขอไปเรียนต่อ เป็นการลายาวที่สุดตั้งแต่ทำงานมา ได้พักด้วยแหละ นาวก็ดูไว้ว่าอาจจะเรียนคอร์สทำขนมเพิ่มเติม แค่ดูๆ ไว้นะคะ นาวไปเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ตอนแรกจะไปอังกฤษ แต่คิดว่าเราไป คนเดียว ถ้าไปเมลเบิร์น คนเอเชียเยอะกว่า น่าจะปลอดภัยกับเรา”
ตั้งแต่โตมาไม่เคยอยู่คนเดียว ไปไกลจากที่บ้าน?
นาว – “ไม่เคยอยู่คนเดียว ไม่เคยย้ายถิ่นฐานขนาดนี้ มาตัดสินใจตอน 29 ที่มันจะ 30 มันเหมือนครึ่งชีวิตแล้ว 30 แล้ว อยากลองหาอะไรทำที่มันเป็นประสบการณ์จริงๆ แล้วที่ไปเพราะอยากรู้ใจตัวเองในหลายๆ อย่าง ว่าเราชอบเรารักอะไร เพราะตั้งแต่เรียนจบมา ไม่เคยทำอย่างอื่น ต้องบอกว่าจริงๆ อาชีพที่ใฝ่ฝันของนาวไม่มีวงการบันเทิงในหัวสมองเลย แต่ตรงนี้ก็เป็นที่ที่ดีนะ เป็นโรงเรียน ที่ดี แต่บางอย่างเรารู้สึกมันใช่ตัวเราแล้วหรือยัง เราไม่เคยลองอย่างอื่นไง อยู่แต่ในวงการบันเทิงมาตลอด ถามว่าสนุกมั้ย สนุก ชอบมั้ย ชอบ แต่อยากลองอย่างอื่นดูบ้างเท่านั้นเอง นาวทำงานในวงการมาตั้งแต่อายุ 15 ก็ 10 กว่าปีแล้ว”
อยากก้าวไปลองค้นหาตัวเองใน เส้นทางใหม่ รู้สึกอิ่มตัวกับวงการบันเทิงแล้วใช่ไหม?
นาว – “แอบคิดนะ เป็นช่วงอารมณ์ ชั่ววูบด้วยแหละ หรือว่าเราอิ่มตัวกับมันแล้ว แต่ก็ยังอยากลองบทบาทใหม่ๆ อย่างที่บอก อยากลองบทบาทอื่นๆ ดู แต่ขอเบรกก่อน ขอพักสมองไปดูอย่างอื่นก่อน”
นาวถือเป็นนางเอกมีฝีมือแถวหน้าคนหนึ่ง ถ้าพักเบรกไปนาน กลัวกระแสความนิยมจะหายไปไหม?
นาว – “มันจะหายไปใช่มั้ย ก็คิดแหละ หลายๆ คนก็พูดว่าอยู่ในช่วงท็อป ทำไม ถึงทิ้ง ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันแต่ว่า ใจอยากไป อยากลองพักตรงนี้ดู ลองไปหาอะไรที่ตอบโจทย์เราจริงๆ ไม่ได้ทิ้งวงการนะ ไปไม่นาน ไปดูไปรู้จักตัวเองแล้วก็กลับมา นาวไม่เคยติดเรื่องกระแสเลย ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอด ชอบถ่ายละคร ชอบอยู่กับทีมงาน ชอบอยู่ในพื้นที่ที่เขารู้จักเรา เพราะถ่ายละครใช้เวลาอยู่ร่วมกันหลายเดือน มันสนุก แต่เวลาไปเจอใครใหม่ๆ เวลาชั่วโมงสองชั่วโมง บางคนตัดสินเราในระยะเวลานั้น รู้สึกไม่ค่อยชอบฟีลนั้น ไม่ค่อยปลอดภัยกับจุดๆ นั้น เลยรู้สึกหรือว่าลองพักเบรก ดูบ้าง”
กองถ่ายคือคอมฟอร์ตโซนของเรา?
นาว – “ใช่ๆ ขนาดมานั่งสัมภาษณ์ ยังรู้สึกว่าเขาจะคิดอะไรหรือเปล่า บางทีเราเป็นคนพูดตามความรู้สึก พูดตรงๆ คือนานมากแล้วนะ เคยพูดอะไรออกไป คอมเมนต์กลับมา ทำไมนาวเป็นคนแบบนี้ ก็นาวเป็นคนแบบนี้ทำไมไม่เข้าใจเรา แต่วันนี้โตแล้ว เรามาปรับมายด์เซ็ตตัวเองดีกว่า ก็ไม่เป็นไรอันนั้นเป็นความคิดของคุณ แต่นี่คือตัวตนของนาว เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ถามว่าไปรีเฟรชตัวเองเพื่อเติบโตต่อไป ก็ใช่ค่ะ”
ตลอดเวลาในวงการที่ผ่านมาเจอคอมเมนต์เยอะ?
นาว – “โอ้โห เยอะเลย เยอะจนท้อ เก็บความรู้สึกนี้มานานค่ะ นาวเป็นคนที่ ไม่ได้คิดด้วยอารมณ์ชั่ววูบว่าฉันพอแล้วฉันไปแล้ว แต่นาวคิดทบทวนแล้วว่าไปแล้วมีผลดีผลเสียกับเรามั้ย กลับมาแล้วจะเป็นยังไง รู้ว่ากลับมามันอาจไม่เหมือนเดิมในเรื่องของกระแส แต่นาวมานั่งคิดกับตัวเองว่า เราก็ไม่ได้ต้องการให้เรามีกระแสแบบ ขนาดนั้น เพราะเราไม่เคยมีเรื่องเสียหาย ถ้ามีกระแสเอาจริงๆ ทุกวันนี้ก็คือเรื่องมือที่สาม เรื่องรักกัน เลิกกัน ซึ่งเราไม่มีเรื่องนั้นอยู่แล้ว ถ้าเกิดจะให้มีกระแสมันคือเรื่องนั้นถ้าพูดกันตาม ความจริงไม่ได้โลกสวย”
มีละครต่อไหมหลังจากกลับมาแล้ว?
นาว – “ยังเลยค่ะ ยังไม่ได้คุยอะไรเลย ขอไม่คิดอะไร ขอไปก่อน นอกจากเรื่องนี้ก็ไม่มีละครเลย บางทีอีเวนต์ก็ยังไม่ค่อยรับเลย มันรู้สึกพอแล้ว”
ที่ผ่านมาเคยคิดจะมีอาชีพที่สอง หลังจากการเป็นนักแสดง?
นาว – “คิดค่ะ จริงๆ อยากเป็นเชฟ ชอบทำขนม เริ่มจากชอบกินแล้วรู้สึกอยากทำ พอได้ทำไม่เครียดไม่คิด เพราะเป็นคนคิดเยอะคิดมาก จริงๆ ตอนเด็กฝันอยากเป็นเชฟ เปิดร้านเบเกอรี่ เล็กๆ น่ารักๆ เป็นคนชอบอยู่กับตัวเอง ไม่รู้มาอยู่ในวงการ ได้ยังไง ไม่ชอบอยู่ในพื้นที่สปอตไลต์ ตอนมัธยม รุ่นพี่จะชอบให้ถือป้าย เป็นดรัมเมเยอร์ ไม่เอา กลัว ไม่ชอบ เพราะมันจะมีกระทู้โรงเรียน แล้วเขาจะแอบว่าวันนี้เจอนาวในโรงอาหาร หยิ่งมากเลย ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย เวลาครูให้ไปรายงาน หน้าห้อง ต้องถือกระดาษบังหน้า ไม่ชอบให้ใครมามองแล้วรู้สึกว่าเขากำลังแอบเม้าธ์เราอยู่”
“ตอนเข้าไปม.1 อุ้ย น้องนาว เด็กใหม่น่ารักจังเลย คนก็ จับจ้องแล้วเอาเราไปว่า บางทีเราไม่ได้ทำอะไรเลย เหมือนทุกวันนี้อยู่ในวงการ ตั้งแต่เด็กๆ ก็เหมือนอยู่ในวงการ คนก็จะเอาเราไปว่า มันเลยรู้สึกว่า ฉันอยู่ของฉันแบบนี้ดีกว่ามีแต่คนบอกว่าเป็นอินโทรเวิร์ตหรือเปล่า ก็ไม่รู้นะคิดว่าอาจจะ แต่ถ้าได้รับงานมาแล้วจะเต็มที่ต่อให้มันจะฝืนความรู้สึก ฝืนในสิ่งที่ไม่ถนัด”
สบายใจที่จะไปใช้ชีวิตเป็นตัวเอง?
นาว – “หลายคนบอกว่าถ้าเรียนภาษาเรียนที่ไทยก็ได้ คือเราก็เรียนอยู่แต่มันก็ยังมีความเป็น นาว ทิสานาฏ ทุกคนก็ยังเห็นว่าเราเป็นดารา แต่ถ้าไปอยู่ที่อื่น เราเป็นเรา ไม่มีใครมาคอยมองตัดสินว่าแต่งตัวอะไรแต่งหน้าอะไร”
การที่ตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง มันใช้ความกล้าหาญแค่ไหน กับสิ่งที่เราอยู่ตรงนี้มานานสิบกว่าปี?
นาว – “เอาจริงๆ พูดตรงๆ เหมือนเราทิ้งเงินไปเลย แต่นาวเลือกความสบายใจ”
วีรนุช จันทำ