บีโอไอกางแผนเชิงรุกปี 2566 โรดโชว์ 16 ประเทศ ตั้งเป้า 10 ปีหวังดึงต่างชาติลงทุน 2 ล้านล้านบาท โชว์ผลงานดึงบิ๊กคอร์ปปักหมุดไทยฐานเศรษฐกิจใหม่
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า แผนการดึงลงทุนของบีโอไอในปีงบประมาณ 2566 ได้วางแผนจัดกิจกรรมเชิงรุกเจาะกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ครั้ง ทั้งการจัดคณะโรดโชว์จากส่วนกลางและสำนักงานบีโอไอ 16 แห่งทั่วโลก เพื่อเผยแพร่มาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่และโอกาสการลงทุนในประเทศไทย โดยมีนักลงทุนเป้าหมายหลักคือ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี อินเดีย สหรัฐ และประเทศในยุโรป เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น ส่งเสริมการกระจายการลงทุนให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่เป้าหมายต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น พื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เป็นต้น
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “Better and Green Thailand 2030” ของรัฐบาล โดยเฉพาะการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ ผ่านมาตรการ ส่งเสริมการลงทุน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มียอดขอรับส่งเสริมในกลุ่มนี้ทั้งสิ้น 958 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 71,000 ล้านบาท
ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า ทีมปฏิบัติการเชิงรุกได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ “Better and Green Thailand 2030” เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะ 10 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าหมายดึงดูดการลงทุนมากกว่า 2 ล้านล้านบาท สร้างตำแหน่งงานใหม่ 625,000 อัตรา และเพิ่มจีดีพีของประเทศอีก 1.7 ล้านล้านบาท
โดยประเทศไทยมีเป้าหมายก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดมากกว่า 50% ในปี 2586 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทย รวมถึงเราเป็นฮับของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ ที่มีผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับโลกเลือกใช้ไทยเป็นฐานผลิต เช่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GMW) เอสเอไอซี มอเตอร์ (MG) บีวายดี ออโต้ (BYD) รวมถึงฟ็อกซ์คอนน์ที่ร่วมมือกับ ปตท. เป็นต้น
อุตสาหกรรมดิจิทัล มีการลงทุนขนาดใหญ่จาก Amazon Web Services (AWS) ผู้ให้บริการ Data Center และ Cloud Service ในระดับ Hyperscale อันดับหนึ่งของโลก ช่วยยกระดับทักษะและการเข้าถึงดิจิทัลของคนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีโอกาสทางธุรกิจ มากขึ้น ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ จากการเดินทางไปชักจูงการลงทุนที่สหรัฐ ได้พบกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลก เช่น Google, Western Digital, Analog Devices ที่มีแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทข้ามชาติหลายรายได้ตัดสินใจเข้ามาจัดตั้งสำนักงานภูมิภาค (Regional Headquarter) ในไทย เช่น อโกดา, หัวเว่ย เทคโนโลยี่, อาร์เซลิก ฮิตาชิ, อายิโนะโมะโต๊ะ, นิสชิน ฟู้ดส์, อัลสตอม, โตโยต้า มอเตอร์, นิปปอนสตีล เป็นต้น