สตูล – นายอุโสป มะจะหมีน ประธานกลุ่มแปรรูปข้าวเกรียบบัวะบโร้ย เผยถึงภูมิปัญญาของชาวตำมะลัง ว่านำบัวะบโร้ย หรือถั่วขาว มาทำขนมนั้น คนในพื้นที่ชายน้ำชายคลองที่ติดป่าชายเลนจะทราบกันดีเหมือนเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง ชาวบ้านจะอาศัยเรือข้ามฟากไปแผ่นดินใหญ่ สมัยก่อนการเดินทางลำบากมาก การซื้อขนมจากแผ่นดินใหญ่นั้นยาก แต่ด้วยภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่ตกทอดจากบรรพบุรุษเก็บฝักบัวะบโร้ย มาทำเป็นขนมรับประทานแทน ถั่วขาวจะออกฝักช่วงเดือนมกราคม ถึงปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี ทำอาหารโดยจะเก็บฝักถั่วขาว ขนาดยาวประมาณ 5 นิ้ว ขูดผิวฝักออก ต้ม 3 น้ำ ครั้งละ 2 ชั่วโมง และน้ำสุดท้ายต้มกับน้ำด่าง อาจจะใช้เปลือกทุเรียนหรือขี้เถ้าเพื่อลดความเฝื่อนของฝักบัวะบโร้ย ต้มเสร็จจะมีสีน้ำตาลเข้ม นำมาคลุกกับมะพร้าวและน้ำตาล เป็นขนมแสนอร่อย บัวะบโร้ย จะให้รสชาติคล้ายกับมัน แต่เนื้อสัมผัสจะเบากว่า
โดยขณะนี้ทางกลุ่มนำมาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ในท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในตำบลตำมะลัง สามารถลิ้มลองข้าวเกรียบจากบัวะบโร้ยได้
สำหรับขั้นตอนการทำข้าวเกรียบนั้น ก็จะนำบัวะบโร้ย ที่ต้มแล้วมาผสมกับแป้งมัน เกลือ น้ำตาล แล้วนวดให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำมาปั้นเป็นก้อนยาวให้ได้ขนาด แล้วนำไปนึ่ง เป็นเวลา 45 นาที นำออกมาทิ้งให้เย็น เมื่อเย็นแล้วนำเข้าแช่ในตู้เย็น 2 คืนด้วยกัน เพื่อให้เซ็ตตัวและนำมาหั่นตากแดด ตอนแรกก็ลองผิดลองถูกจนมาเป็นข้าวเกรียบถั่วขาวที่แสนอร่อย ที่ได้จากฝักถั่วขาวจากธรรมชาติ มาผลิตเป็นข้าวเกรียบที่ปราศจากผงชูรส หรือสิ่งเจือปนอื่นๆ นอกจากแป้งและน้ำตาลแล้วจึงรับประทานได้สนิทใจ ผู้ทานมังสวิรัติก็รับประทานได้ด้วย
ด้านนายวริช วิชิต รองททท.จ.สตูล กล่าวว่า ข้าวเกรียบจากถั่วขาว นั้นถือเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนที่นี่ ที่ตำมะลัง นักท่องเที่ยวที่เข้ามานั่งเรือชมเหยี่ยวแดง กินกั้ง ปูทะเลและปลาสดๆ หรือหอยขาว แล้วก็จะได้รับประทานข้าวเกรียบถั่วขาวที่แสนอร่อยด้วย และก็จะได้รู้จักชุมชนที่นี่มากขึ้น ชาวบ้านเองก็จะมีรายได้จากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนซึ่งเป็นของดีของชุมชนมาเป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาท่องเที่ยวที่นี่ที่สุไหง ตำมะลัง จ.สตูลกันได้ และมาลิ้มลองขนมพื้นบ้านที่นำของที่มีท้องถิ่นมาแปรรูป