คณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกประกาศยกเลิกประกาศเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส 2566 ลงวันที่ 31 ม.ค.66 เพราะนับรวมเอาบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยด้วย

หลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการกำหนดจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีตามมาตรา 86 (1) ที่กำหนดให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามประกาศการทะเบียนราษฎรปีสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ไม่ให้หมายรวมถึงผู้ไม่ได้สัญชาติไทย

พร้อมออกประกาศจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดแล้วเช่นกัน โดยยึดเฉพาะจำนวนราษฎรสัญชาติไทยทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค.65 ที่มีจำนวน 65,106,581 คน

ทำให้มีจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 162,766 คนต่อ ส.ส. 1 คน จากจำนวน ส.ส.และเขตเลือกตั้ง ของแต่ละจังหวัดรวม 400 คน 400 เขต

ประกาศดังกล่าวมีผลเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส. พึงมีและเขตการเลือกในจำนวน 8 จังหวัด ที่ต้องเพิ่มขึ้นและลดจำนวนลงตามคำวินิจฉัยนี้

จังหวัดที่จำนวน ส.ส.และเขตเลือกตั้งสูงสุด ยังเป็นกรุงเทพมหานคร จำนวน 33 เขต 33 คน รองลงมาคือ นครราชสีมา จำนวน 16 เขต 16 คน ขอนแก่นและอุบลราชธานี จังหวัดละ 11 เขต 11 คน

ส่วนจังหวัดที่มีจำนวน ส.ส.จังหวัดละ 1 เขต 1 คน มีทั้งสิ้น 4 จังหวัดคือ ตราด ระนอง สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี

แยกเป็นรายภาค ภาคกลางรวมกรุงเทพมหานคร และ 26 จังหวัด มี ส.ส. 122 คน ภาคใต้ 14 จังหวัดมี ส.ส. 60 คน ภาคเหนือ 16 จังหวัดมี ส.ส. 37 คน ภาคอีสานมี ส.ส. 133 คน ภาคตะวันออกมี ส.ส. 29 คน และภาคตะวันตกมี ส.ส. 19 คน

สําหรับจำนวนเขตและ ส.ส.เพิ่มขึ้นและลดลงใน 8 จังหวัดนั้น ที่มี ส.ส.เพิ่ม 1 คน 4 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ลพบุรี นครศรีธรรมราช ปัตตานี และที่มี ส.ส.ลดลง 1 คน มี 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก และสมุทรสาคร

ดังนั้น คณะกรรมการจะต้องคิดคำนวณและแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ โดยยึดกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้อย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พร้อมเปิดรับฟังความคิดอย่างรอบด้านโดยเร็ว เพื่อให้ทันกำหนดที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม ในจังหวัดที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงจำนวนเขตและ ส.ส.พึงมีนั้น มีหลายแห่งที่ถูกทักท้วง เพราะแบ่งซอยยิบย่อยจนทำให้เกิดความสับสน ก็ต้องรีบสร้างความชัดเจน

การเลือกตั้งครั้งนี้ ใช้บัตรเลือกตั้งจำนวน 2 ใบ และแข่งขันกันสูงมาก คณะกรรมการการเลือกตั้งจักต้องพิสูจน์ฝีมือบริหารจัดการอย่างยิ่งยวด เพราะครั้งที่ผ่านถือว่ายังไม่ผ่านเกณฑ์และมีข้อครหามากมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน