ไม่รู้ว่าเป็นศพที่เท่าไหร่แล้ว สำหรับวัยโจ๋ผู้หลงใหลในวิถีเกรียนคีย์บอร์ด เลือกท้าทายผู้คนในโลกเสมือนบนโซเชี่ยล
ย้อนกลับไปเมื่อตีหนึ่งครึ่งวันที่ 28 ก.พ. ร.ต.อ.ณรงชัย คงช่วย รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่ถนนศาลาน้ำ-บ้านท่าสูงบน หมู่ 13 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์เวร ร.พ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ 1 คัน ใกล้กันพบศพนายธราเทพ ไทยสุชาติ อายุเพียง 19 ปี ชาวตำบลนบพิตำ อ.นบพิตำ นอนจมกองเลือดอยู่ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าลำคอ 2 แผล หน้าอก 4 แผล แขนขวา 1 แผล และแขนซ้ายอีก 2 แผล รวม 9 แผล

สภาพศพผู้เสียชีวิต
นอกจากนั้นยังพบอาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ตกอยู่บนพื้นดิน 1 กระบอก สภาพตัวนกปืนอ้าออกพร้อมใช้งาน ภายในรังเพลิงมีกระสุนจำนวน 1 นัด เอวข้างขวา ผู้ตายพบซองพกสีดำ 1 ซอง ในกระเป๋าสะพายสีดำพบกระสุนปืนลูกซอง 4 นัด
จากสภาพที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายนัดพบกับคู่อริเพื่อเจรจาอะไรกันบางอย่าง แต่สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ จึงชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาง้างนกเตรียมลั่นไก
แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มาตัวเปล่า แถมยังชิงชักปืนออกมายิงได้เร็วกว่า จึงถูกอีกฝ่ายจ่อยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ยังพยายามกระเสือกกระสนหนีเอาชีวิตรอด แต่ทนพิษคมกระสุนปืนไม่ไหวสิ้นใจไปในที่สุด
เบื้องต้นส่งศพผู้เสียชีวิตให้แพทย์นิติเวช ร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช ผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมประสานญาติมาให้ปากคำเพื่อคลี่คลายคดี และตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเฟซบุ๊กส่วนตัวของ ผู้ตาย กระทั่งได้เบาะแสว่ามีเรื่องเขม่นกับ ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งบนโลกออนไลน์ ต่างฝ่ายต่างใช้วิวาทะท้าทายเย้ยหยันกันในลักษณะที่เรียกว่าพวกเกรียนคีย์บอร์ด
กระทั่งบานปลายจนถึงขั้นเปิดหน้าท้ายิงกันขึ้น
เมื่อรู้ตัวผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่กระจายกำลังออกประกบตัว พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหาหลักฐานเพิ่มเติม

อายัดรถปิกอัพพาหนะ
เพียงวันเดียวหลังพบศพ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.ท่าศาลา ก็นำทีมสืบสวนจนสามารถระบุตัวคนร้าย และนำไปสู่การออกหมายจับจากศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 คนคือ นายธีภพ รับไทรทอง อายุ 21 ปี บ้านอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และนายวี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี
ก่อนที่ พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รองผกก.ป. นำกำลังบุกจับตัวได้ที่บ้านของทั้งคู่ และยึดรถยนต์กระบะที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ 1 คัน แต่อาวุธปืนผู้ต้องหาอ้างว่าโยนทิ้งคลองขณะหลบหนี
จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาเขม่นกันแล้วท้ายิงกันใน เฟซบุ๊ก ก่อนจะมีการนัดยิงกัน โดยนายธีภพเป็นคนขับรถกระบะบรรทุกเพื่อนไปตามนัดรวม 9 คน
แต่ระหว่างทางพบกลุ่มผู้ตายที่ถนนระหว่างทางไปยัง อ.นบพิตำ ด้วยความที่ฝ่ายผู้ตายน้อยกว่าจึงพากันขี่รถจยย.หลบหนี
สุดท้ายนายธราเทพถูกตามไล่ทันที่จุดเกิดเหตุ จึงชักปืนลูกซองสั้นออกจากเตรียมยิงป้องกันตัว
แต่นายวีที่ถือปืนในมือเตรียมพร้อมรออยู่ก่อนแล้ว ก็ลั่นไกออกไปก่อน จนอีกฝ่ายถูกกระสุนปืนเข้าเต็มๆ ล้มฟุบกับพื้นแน่นิ่งไปในทันที
หลังก่อเหตุนายธีภพขับรถไปส่งเพื่อนที่นั่งอยู่กระบะท้ายรถ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งถูกตำรวจตามจับตัวได้ยกแก๊ง
จากนั้นคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดทิ้งปืน ให้นักประดาน้ำงมขึ้นมาใช้เป็นหลักฐานประกอบคดี

ตำรวจท่าศาลาปิดคดีใน 1 วัน
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานายธีภพและนายวีข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ส่วนเพื่อนที่เหลืออีก 7 ราย เจ้าหน้าที่ไม่พบว่ามีส่วนรู้เห็นกับการฆาตกรรมในครั้งนี้ด้วย จึงกันตัวไว้เป็นประจักษ์พยาน
ก่อนคุมตัวนายธีภพและนายวีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่เกิดเหตุ
อีกคดีอุทาหรณ์ที่ไม่เพียงบ่งบอกเตือนสติเหล่าเกรียนคีย์บอร์ดเท่านั้น แต่ยังตีแผ่ความเป็นจริงในสังคมวันนี้ ที่อาวุธร้ายแรงอย่างปืนมีอยู่เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง
ขนาดเด็กหนุ่มที่ฟันน้ำนมเพิ่งหลุดไปไม่นาน ยังสามารถหามาครอบครองได้ไม่ยากเย็น
สุเชษฐ์ แรกรุ่น
เรื่อง/ภาพ