ยะลา – รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี (มฟน.) เปิดเผยกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติวันที่ 28 ก.พ. ย้าย พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า รู้สึกตกใจและเสียใจเพราะที่ผ่านมาพล.ร.ต.สมเกียรติ สร้างประโยชน์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก ทั้งต่อพี่น้องไทยพุทธและมุสลิม การทำงานด้วยความเข้าใจ เข้าถึง ของเลขาธิการศอ.บต. ช่วยสร้างบรรยากาศของความสันติสุขในพื้นที่
“ถึงแม้จะนับถือศาสนาพุทธแต่สามารถเข้าใจถึงแก่นแท้ของทุกศาสนา หลายโครงการที่ได้ดำเนินการเกิดผลดีหลายอย่าง หากมีการทบทวนมติครม.ก็จะเป็นการดีมาก”
ก่อนหน้านี้ พล.ร.ต.สมเกียรติให้สัมภาษณ์ว่า อยู่ในตำแหน่ง ศอ.บต.มาตั้งแต่ปี 2561 “ผมพอใจในผลงานของศอ.บต. เราไม่ได้หยุดสักวัน ก้าวหน้าในหลาย เรื่อง ถ้านับย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้วจนถึงวันนี้ต่างกันลิบ ผมพอใจเพราะเราไม่หยุดทำงาน เราในที่นี้คือทุกคน ไม่ใช่แค่ศอ.บต. ทำคนเดียวไม่ได้ ทุกกระทรวงต้องขอขอบคุณ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ขอบคุณทางกอ.รมน. แต่เราเป็นแกนในการลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ แต่หลายเรื่องยังต้องเดินต่อ เนื่องจากต้องใช้เวลานาน บางอย่างกฎหมายกฎระเบียบต่างๆ อยู่ที่ส่วนกลาง ต้องใช้ความพยายามในการประสานเพื่อแก้ปัญหาให้เร็ว”
ตัวเลขสถิติความรุนแรงในปี 2564-2565 ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ดูจากกราฟลดลงทั้งหมด ตัวเลขความสูญเสีย จำนวนคนที่ผ่านการเยียวยานับตั้งแต่ 19 ปีที่แล้วถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิต 5,800 ราย บาดเจ็บ 12,000 คน ในช่วงปี 2547-2548 ตัวเลขสูงมาก และค่อยๆ ดิ่งลงมา จนเกือบจะสุดในหลัก 10 ราย เห็นได้ว่ากราฟลดลงมา 19 ปี หวังว่าจะไปถึงจุดที่หยุดนิ่งให้ได้
สำหรับความคืบหน้าในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ จุดที่แก้ไขปัญหาได้เร็วที่สุดคือ การเร่งหยุดเงื่อนไข ซึ่งทำมาหลายอย่างแล้ว จะเห็นว่าสถานการณ์เบาลง เพราะเงื่อนไขส่วนหนึ่งถูกดึงออกมา เหมือนเชื้อเพลิงที่ใส่ถูกดึงออกมา ด้วยการเร่งในจุดที่เป็นเงื่อนไข สิ่งที่ไม่หยุดเลยคือเรื่องความเหลื่อมล้ำ ต้องเร่งดำเนินการต่อ ส่วนที่สองอัตลักษณ์ที่คนรู้สึกว่าถูกกดทับไปไหม กำลังเร่งเต็มที่ ทั้งเรื่องการใช้ภาษาพูด เรื่องการแต่งกาย เรื่องวันหยุดราชการ